วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

บันทึกเส้นทางสีแดงเพื่อสันติภาพ (ตอนที่ 2)

20 February 2012 at 23:02

2. เหตุการณ์วันที่ 10 เมย.ที่เวทีราชประสงค์

ในวันที่ 10 เมย.ซึ่งเป็นวันที่มีการสลายการชุมนุมครั้งแรกที่เวทีผ่านฟ้า ช่วงบ่ายผมนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน เห็นเฮลิคอปเตอร์โยนแก๊สน้ำตาลงใส่ผู้ชุมนุม ผมรีบแต่งตัวออกมากบ้านและนำธงชาติที่เตรียมไว้ติดตัวออกมาด้วย ผมนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีชิดลมและเดินไปที่ราชประสงค์ ขณะนั้นเวลาประมาณ 17.00 น.ที่ราชประสงค์เปิดเพลงรักคนเสื้อแดงที่มีท่วงทำนองเร้าใจปลุกใจผู้ชุมนุม ผมเห็นตำรวจนับร้อยนายในชุดเตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติการ เสียงจากผู้ปราศัยบนเวทีกล่าวว่าสามารถเจรจากับตำรวจได้ และขอให้ผู้ชุมนุมปรบมือให้กับตำรวจที่จะถอนกำลังกลับไป ผมจึงเข้าร่วมชุมนุมนั่งอยู่บริเวณหน้าห้างเกษร

เวลาประมาณ 19.00 น. คุณณัฐวุฒิ ใสเกื้อได้ขึ้นเวทีและแจ้งว่าผู้ชุมนุมที่ผ่านฟ้าได้มีการปะทะกับทหารอย่างหนัก จึงขอกำลังจากผู้ชุมนุมจากราชประสงค์ไปสมทบ ขอทุกคนลุกขึ้นยืนกลับหลังหัน ผมหันไปมองด้านหลังอย่างงงๆ ผมเห็นผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ (ทั้งชายและหญิง) ลุกขึ้นยืนและหันหลังไปทางประตูน้ำ ผู้ชุมนุมที่เตรียมไปสมทบมีมากเสียจนคุณณัฐวุฒิต้องประกาศบนเวทีว่าขอตัดตอนเพียงแค่หน้าห้าง Big C ราชดำริ จากนั้นคุณณัฐวุฒิได้รีบลงจากเวทีเพื่อพามวลชนไปสมทบที่ผ่านฟ้า

ในเวลาประมาณ 21.30 น.มีผู้ชุมนุมที่เป็นชายฉกรรจ์หลายคนเข้ามาสมทบบริเวณที่ผมนั่งอยู่ บางคนมีหน้าตาตื่นและจับกลุ่มคุยกับผู้ร่วมชุมนุมที่อยู่ข้างๆ ผมเข้าไปฟังพบว่าชายฉกรรจ์เหล่านั้นเพิ่งกลับจากการปะทะกับทหารที่แยกคอกวัว พวกเขาเล่าว่าทหารอยู่บนตึกของโรงเรียนสตรีวิทย์ยิงลงมาที่ผู้ชุมนุมจนเสียชีวิตไปหลายราย บางคนในนั้นโชว์ภาพที่ถ่ายจากโทรศัพท์มือถือสดๆร้อนๆ มีภาพผู้ชุมนุมถูกยิงเสียชีวิตหลายภาพ คำที่ผมจำได้ถนัดหูคือคำว่า "พี่ๆ ทหารมันยิงไส้ไหลเลย" ฯลฯ

เวลาประมาณ 23.00 น. ที่เวทีราชประสงค์ได้มีการนำร่างของผู้เสียชีวิตที่ผ่านฟ้ามาขึ้นเวทีที่ราชประสงค์เพื่อแสดงให้กับผู้ชุมนุมได้เห็นว่าทหารยิงประชาชนเสียชีวิต มีการนำธงชาติคลุมร่างของผู้เสียชีวิต แกนนำหลายคนยืนน้ำตาซึม ผมเห็นภาพคุณณัฐวุฒิก้มลงกราบที่เท้าของผวีรชนท่านหนึ่งด้วยสายตาที่แดงก่ำ ผู้ชุมนุมจำนวนมากตกใจ หลายคนตะโกนสาปแช่งทหาร บางคนเริ่มร้องไห้

ผมอยู่ที่เวทีราชประสงค์จนดึกดื่นเพื่อรอดูสถานการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น วันนั้นจำได้ว่าแทบไม่เห็นใครกลับก่อนเพราะความหวาดกลัว ตรงกันข้าม ผมเห็นผู้ชุมนุมเพิ่มมากขึ้นๆ คนที่นั่งข้างๆต่างมองตากันและให้กำลังใจกัน ผมจำได้ว่าผมนั่งเป็นเพื่อนหญิงวัยกลางคนบริเวณหน้าห้างเวิลด์เทรด หลายคนล้มตัวลงนอนบนพื้นถนนโดยไม่กลัวว่าทหารจะมาสลายการชุมนุมหรือไม่ นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นความเข้มแข็งของคนเสื้อแดง ทุกคนไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง คนหนุ่มสาวหรือคนชรา ทุกคนมีหัวใจดวงเดียวกันคือหัวใจของความเป็นนักต่อสู้ที่ไม่เกรงกลัวแม้กระทั่งความตายที่อาจมาถึง
.

นปช.นำโลงศพของผู้เสียชีวิตมาประจานการกระทำของรัฐบาลเผด็จการ เชา 11 เมย. 2553 ที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย
นปช.นำโลงศพของผู้เสียชีวิตมาประจานการกระทำของรัฐบาลเผด็จการ เชา 11 เมย. 2553 ที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย

รถถัง 3 คันที่ถูกคนเสื้อแดงยึด และทำการถอดนีอท ถอดล้อรถถัง เพือไม่ให้เคลื่อนไปสังหารประชาชน
รถถัง 3 คันที่ถูกคนเสื้อแดงยึด และทำการถอดนีอท ถอดล้อรถถัง เพือไม่ให้เคลื่อนไปสังหารประชาชน

วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

บันทึกเส้นทางสีแดงเพื่อสันติภาพ (ตอนที่ 1)

19 February 2012 at 23:34
1. ความจริงที่ได้จากการเป็นผู้สังเกตุการณ์การชุมนุม
 ถ่ายหน้าห้างอิมพีเรียล สำโรง ต้นเดือนสิงหาคม 2553 หลังจากกลายมาเป้นคนเสื้อแดงในโลกไซเบอร์ ก่อนหน้าจะเริ่มทำกิจกรรม
ถ่ายหน้าห้างอิมพีเรียล สำโรง ต้นเดือนสิงหาคม 2553 
หลังจากกลายมาเป้นคนเสื้อแดงในโลกไซเบอร์ ก่อนหน้าจะเริ่มทำกิจกรรม

ผมเริ่มออกมาชุมนุมกับคนเสื้อแดงวันแรกเมื่อ 7 เมย.2553 ก่อนหน้านั้นนั่งดูทีวี People Channel อยู่ที่บ้าน ไม่เข้าใจว่าทำไมคนเสื้อแดงออกมากันมากมาย ดูข่าวจากทีวีช่อง 3 เรื่องเล่าเช้านี้ สรยุทธรายงานว่าผู้เข้าร่วมชุมนุม 3,000 คนบ้าง 5,000 คนบ้าง อ่านจากหนังสือพิมพ์บางฉบับก็อ้างว่าที่เห็นในจอทีวีผู้ชุมนุมที่ผ่านฟ้าแน่นหนาเพราะใช้เทคโนโลยี่การสร้างภาพบ้าง เมื่อออกมาเห็นด้วยตาตัวเองจึงได้รู้ว่าถูกสื่อในความควบคุมของรัฐหลอกลวงมาโดยตลอด ผมเกิดความอยากรู้ว่า 1. คนเสื้อแดงมีมากอย่างที่เห็นในจอจริงหรือ? และ 2. คนเสื้อแดงถูกจ้างมาชุมนุมจริงหรือ?

ในวันนั้นผมไปร่วมชุมนุมตั้งแต่เวลาบ่ายโมงครึ่ง ผมยืนอยู่ด้านหน้าเวทีใส่ยืนฟังปราศัยไปเรื่อยๆ ผู้คนไม่มากเท่าไหร่เนื่องจากอากาศร้อนจัด จนเวลาประมาณห้าโมงเย็น ผมสังเกตุเห็นแถวผู้ชุมนุมยาวขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งเย็นมากเท่าไหร่ เสียงโห่ร้อง เสียงตีนตบยิ่งดังขึ้นๆ จนเวลาประมาณสามทุ่ม เสียงตีนตบดังอื้ออึงไปหมดทุกสารทิศ ผมเริ่มออกเดินสำรวจไปทั่วบริเวณชุมนุม ผมใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชม.จึงสำรวจจนทั่ว ด้านหน้าเวทีคนแน่นไปถึงประตูน้ำ ด้านซ้ายของเวทีคนแน่นไปจนถึงสยามเกือบถึงมาบุญครอง ด้านขวามือของเวทีแน่นไปจนถึงสถานีรถไฟชิดลม และด้านหลังเวทีคนแน่นยาวไปแทบจรดบริเวณอนุเสาวรีย์ร.6 ... คำตอบแรกที่ผมได้รับคือจำนวนคนที่มาชุมนุมไม่ใช่ 3,000 หรือ 5,000 คน แต่มีหลายหมื่น หรืออาจจะทะลุไปถึงแสนด้วยซ้ำ และเฉพาะที่เห็นในจอทีวี People Channel นั้นเป็นเพียงแค่ 1 ใน 5 เท่านั้น 

ในวันนั้นผมได้มีโอกาสพูดคุยกับคนเสื้อแดงจำนวนมากโดยเฉพาะบริเวณหน้าเวที เนื่องจากผมใส่ชุดทำงานไปจึงดูแปลกแยกจากคนเสื้อแดง แต่ในขณะเดียวกันก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากคนเสื้อแดง หลายคนชวนผมคุย หลายคนดูออกว่าผมไม่เคยมาชุมนุม หลายคนเอาใจผมแม้กระทั่งพัดให้ผมขณะนั่งฟังการปราศัย ในวันแรกผมสังเกตุว่าด้านหน้าเวทีส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง มีเด็กปนอยู่ไม่น้อย ด้านหน้าเวทีเป็นแม่บ้านตำรวจเสียส่วนใหญ่ คืนแรกผมกลับบ้านเกือบตีสาม ใช้เวลาที่ราชประสงค์ทั้งสิ้น 14 ชม. เหงือออกจนหมดตัว เกิดมาไม่เคยร้อนแบบนี้มาก่อน ขาและสะโพกปวดแสบปวดร้อนไปหมดจากการนั่งบนพื้นถนนที่ร้อนระอุ

ผมเริ่มไปร่วมการชุมนุมแทบทุกวันเพื่อค้นหาความจริงว่าใครคือผู้เข้าร่วมชุมนุม และค้นหาแรงจูงใจของผู้ชุมนุม แต่ละวันผมใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 8 ชม.ในการร่วมสังเกตุการณ์ ทุกวันผมแต่งตัวตามปกติ (ไม่ได้ใส่เสื้อสีแดง) แต่ละวันจะไปพูดคุยกับชาวบ้านไปเรื่อยๆ เปลี่ยนสถานที่คุยบ้าง เปลี่ยนวงสนทนาบ้าง เปลี่ยนคนสนทนาไปเรื่อย เพื่อสุ่มตัวอย่างหรือเก็บข้อมูลแบบไม่เป็นทางการ ผมทำเช่นนี้แทบทุกวัน ... ผมพบว่าผู้เข้าร่วมชุมนุมมีทุกเพศทุกวัย (ผู้หญิงมีมากที่สุด รองลงมาคือผู้ชาย ผู้สูงอายุและเด็ก) ผมพบว่าผู้เข้าร่วมชุมนุมมาจากทุกสาขาอาชีพ (ชาวนาชาวไร่มากที่สุด ที่เหลือคืออาชีพครู พยาบาล ข้าราชการ แม่บ้านตำรวจ พนักงานเอกชน นักธุรกิจ นักศึกษา ฯลน) ผู้เข้าร่วมชุมนุมเหล่านี้มาจากทุกสาขาอาชีพ ภูมิภาคที่คนเข้าร่วมชุมนุมมากที่สุดคือภาคอีสาน รองลงมาคือภาคกลาง ภาคเหนือและภาคใต้ 

สำหรับแรงจูงใจหรือสาเหตุการเข้าร่วมชุมนุมนั้น ผมแปลกใจว่าจากการพูดคุยกับชาวบ้านโดยเฉพาะคนยากจนในชนบท (ที่รัฐบาลขณะนั้นพยายามประโคมข่าวว่ารับเงินมาชุมนุม) ผมพบว่าพวกเขาเหล่านั้นเข้ามาร่วมชุมนุมด้วยความตั้งใจที่จะมาด้วยตนเอง ผมไม่สังเกตุเห็นวี่แววของการรับจ้างมาชุมนุม แต่พบว่าทุกคนมาด้วยความสมัครใจ ลงเงินเช่ารถกันมาบ้าง ลงขันค่าน้ำมันกันมาเองบ้าง นำข้าวสาร อาหารแห้ง ผลไม้ มาเป็นเสบียงหุงหาเองบ้าง ... ด้วยความสัตย์จริงผมไม่พบแม้แต่คนเดียวที่มีวี่แววว่ารับเงินใครมาชุมนุม !

เงื่อนไขในการชุมนุม 2 ประการนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากคนมาร่วมชุมนุมมีจำนวนน้อย ไม่สามารถอ้างได้ว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่ของสังคม แต่หากคนมาหลักหมืนหรือหลายๆหมื่นเป็นเรื่องน่าคิด ยิ่งมาจากทุกเพศทุกวัย มาจากหลากหลายสาขาอาชีพยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องเก็บมาคิด เพราะเท่ากับว่าเป็นตัวแทนของทุกภาคส่วนของสังคม และยิ่งมาจากชาวไร่ชาวนา ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคเหนือเป็นเรื่องที่สามารถบอกได้ว่าผู้ชุมนุมเป็นตัวแทนของคนส่วนใหญ่ในประเทศ และที่สำคัญที่สุดหากผู้ชุมนุมมากันเองโดยที่ไม่มีใครว่าจ้างมา จึงสามารถกล่าวได้ว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์เป็นการชุมนุมที่มีความชอบธรรม เนื่องจากเป็นตัวแทนของคนส่วนใหญ่ในประเทศ และเป็นการชุมนุมที่มาจากอุดมการณ์อันบริสุทธิ์ที่ต้องการให้รัฐบาลยุบสภา ... ความจริง 2 ข้อนี้เป็นเงื่อนไขสำคัญให้เกิดขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงหลัง 19 พค. 2553 !

23.30 น. 19/2/2555

ถ่ายหน้าห้างอิมพีเรียล สำโรง ต้นเดือนสิงหาคม 2553 หลังจากกลายมาเป้นคนเสื้อแดงในโลกไซเบอร์ ก่อนหน้าจะเริ่มทำกิจกรรม
  • 14 people like this.
  • งุงิ งุ่มงาม ขอขอบคุณครับ เราเป็นกำลังใจให้นักจัดกิจกรรมดีๆเสมอครับ
  • ปุณิกา ศรีนอก เจอนักกิจกรรมตัวจริงแล้วล่ะคราวนี้....คุณฟอร์คุณแน่มากค่ะ ขอคาระวะ 1จอก
  • ปุณิกา ศรีนอก อย่าซีเรียสไปเลยค่ะทุกคน เดี๋ยวจิตหม่นเศร้าไปใครช่วยเหลือ
  • ฟอร์ด เส้นทางสีแดง ตอนที่ผมอยู่ที่นครธม นครวัด ผมมีโอกาสพบกับพระภิกษุชาวมาเลย์ผู้หนึ่ง ท่านเข้าใจว่าการที่ชาวบ้านยากจนจากชนบทมาชุมนุมนั้นจะต้องได้รับการว่าจ้างมาเท่านั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะมากันเองโดยไม่มีการจ้างมา ประเด็นนี้จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ควรสร้างความเข้าใจกับคนส่วนใหญ่ว่าคนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมด้วยใจบริสุทธิ์
  • Somesri Thaitae' ถ้าหากจะมีใดรซักคนหรือหลายคนที่มีอุดมการณ์เหมือนกัน แล้วพอจะมีทุนทรัพย์ รวบรวมเพื่อบริจาคเงินทอง ข้าวปลาอาหารให้คนยากคนจน ...ใช่การว่าจ้างหรือ?
  • Khunkhao Redheart ร่วมเป็นกำลังใจให้นะครับ
  • จันทร์แดง ณนั่งเกล้าชินวัตร เราเองดีใจน่ะที่อย่างน้อยมีคนยืนยันเป็นลายสักษณ์อักษรว่าคนที่ไปชุมนุมมาด้วยใจไม่ได้รับค่าจ้าง เรามีบ่อยไปที่ร่วมบริจาคตามกำลัง สู้ต่อน่ะคุณฟอร์ด
  • ฟอร์ด เส้นทางสีแดง การต่อสู้ของคนเสื้อแดงในปี 2553 จะเป็นประวัติศาตร์ต่อไปชั่วลูกหลาน ยิ่งใหญ่กว่าตุลา 16 ในแง่ของผลของการพัฒนาประเทศ แต่หากไม่มีบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร อนุชนรุ่นหลังจะถูกทำให้เข้าใจว่าคนเสื้อแดงมาต่อสู้เพราะถูกว่าจ้างมา ซึ่งจะไปทำลายอุดมการณ์ของคนเสื้อแดงให้ไร้ค่า
  • นะโม ตัสสะ เป็นกำลังใจให้นะเจ้าคะ ... คุณฟอร์ด
  • Rugthai Thailand คุณคือผู้เสียสละความสุขส่วนตนเพื่อให้คนส่วนใหญ่เห็นคุณค่าของนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เรารักคุณผู้เสียสละ