วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

กิจกรรม Invictus เพื่อพี่น้องในเรือนจำ # 10 (27 พย. 2558)

กิจกรรมนี้ดำเนินมาถึงเดือนที่แปดแล้ว ช่วง 1-2 เดือนหลังมีสัญญานเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทางร่างกายและจิตใจเนื่องจากตรากตรำจากการทำกิจกรรมมาหลายเดือน บางครั้งเป็นเกาท์ต้องเดินกระเผลกถือไม้เท้าไปมอบเงินที่เรือนจำ เกิดอาการสมาธิสั้น ขี้หลงขี้ลืม อันเกิดจากการอยู่หน้าจอนาน หงุดหงิดจากการที่ไม่ค่อยได้พักผ่อน ราวสิบวันก่อนหน้าผมถูกก่อกวนกิจกรรมโดยการปล่อยข่าวให้ร้ายหลายเรื่อง ทั้งความโปร่งใสในเรื่องเงินบริจาค การกล่าวหาว่ารับเงินจากผู้ใหญ่และไม่ไปมอบเงินให้ผู้ต้องขัง หรือมอบไม่ครบ ถ่ายรูปบริจาคเพื่อไปเบิกเงิน ทำไมไม่บริจาคให้คนโน้นคนนี้ ลามปามไปถึงการล่วงเกินผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือผมทำกิจกรรมไปจนถึงครอบครัว ทำให้ผมตัดสินใจประกาศยุติการทำกิจกรรมนี้เป็นการชั่วคราวเพื่อมิให้เรื่องบานปลาย และวันนี้ได้เปลี่ยนการมอบเงินโดยการส่งธนาณัติให้กับผู้ต้องขังแทนการมอบที่เรือนจำ รวมถึงได้โอนเงินให้ค่านมบุตรผู้ต้องขังผ่านธนาคาร

การบริจาคเงินในวันนี้แบ่งเป็นการมอบเงินให้ผู้ต้องขังทั้งที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เรือนจำคลองเปรม ทัณฑสถานหญิงกลางจำนวน 8 ราย โอนเงินผ่านธนาคารให้เป็นค่านมบุตรผู้ต้องขัง 2 ราย สนับสนุนการซื้อของเยี่ยมผู้ต้องขังผ่านคุณสาจำนวน 6 ชุด สนับสนุนกิจกรรมเพื่อพี่น้องในเรือนจำของเพื่อนเฟซบุ้ค และอื่นๆ รวมเป็นเงิน 28,400 บาท (สองหมื่นแปดพันบาทถ้วน) ดังนี้
1. คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข   2,000 บาท
2. คุณธานัช ธนวัชรนนท์ (ทอม ดันดี)   2,000 บาท
3. นาย เธียรสุธรรม สุทธิจิตเศรณี   2,000 บาท
4. นายปฏิวัตน์ สาหร่ายแย้ม (น้องแบงค์)   2,000 บาท
5. นส.ภรทิพย์ มั่นคง (น้องกอล์ฟ)   2,000 บาท
6. น้องแหวน นส.ณัฐธิดา มีวังปลา   2,000 บาท
7. น้องตุ๊กตา (คุณแม่ลูกสาวแฝด   2,000 บาท
8. น้องยุ้ย (คุณแม่ลูก 2) บาท   2,500 บาท
9. นายปรีชา อยู่เย็น   1,000 บาท
10. นาย ณัฐพรรณ์ หลุ่มบางล้า   1,000 บาท
11. ฝากคุณสาซื้อของเยี่ยมผู้ต้องขัง   3,000 บาท
12. เพื่อนเดินทางไกล   3,000 บาท
13. สนับสนุนการจัดงานเพื่อพี่น้องในเรือนจำโดยเพื่อนเฟซบุ้ค (บัตรสองใบ 600 บาท และเสื้อการกุศลจำนวน 10 ตัว) เป็นเงิน   3,100 บาท
14. พวงหรีดคุณพ่อน้องแนน TV24 จำนวน   800 บาท


ผมยังจำหน่ายเสื้อการกุศลตามปกติ 
รายได้ก็จะนำไปใช้ในกิจกรรมเส้นทางสีแดง
ที่ยังต้องดูแลค่านมบุตรผู้ต้องขังและช่วยเหลือ
เพื่อนเสื้อแดงอีกหลายคน ท่านที่ต้องการสั่งเสื้อ
กรุณาติดต่อ inbox หรือที่น้องฟ้า ราชาวดิ




กิจกรรมนี้ดำเนินมาตั้งแต่เดือนเมย.จนถึงวันนี้แปดเดือนเต็ม ได้มอบเงินให้กับผู้ต้องขังทั้งในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เรือนจำคลองเปรม ทัณฑสถานหญิงกลางในคดี 112 และความผิดอื่นที่เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร ได้มอบเงินให้กับองค์กรการกุศล มูลนิธิ สมทบทุนสร้างอุโบสถ มอบเงินให้คุณยายเสื้อแดงที่ถูกยิงวัดปทุม เพื่อนที่เดินทางไกล ฯลฯ รวมเป็นเงินทั้งสิน 284,050 บาท (สองแสนแปดหมื่นสี่พันห้าสิบบาทถ้วน) ดังนี้

มอบเงินครั้งที่ 1 (17 เมย.) 12,250 บาท
มอบเงินครั้งที่ 2 (8 พค.) 39,650 บาท
มอบเงินครั้งที่ 3 (22 พค.) 13,350 บาท
มอบเงินครั้งที่ 4 (12 มิย.) 37,000 บาท
มอบเงินครั้งที่ 5 (3 กค.) 20,700 บาท
มอบเงินครั้งที่ 6 (24 กค.) 22,500 บาท
มอบเงินครั้งที่ 7 (21 สค.) 30,200 บาท
มอบเงินครั้งที่ 8 (25 กย.) 45,500 บาท
มอบเงินครั้งที่ 9 (30 ตค.) 34,500 บาท
มอบเงินครั้งที่ 10 (27 พย.) 28,400 บาท

ภาพรวมของกิจกรรม ปัญหาและอุปสรรค


กิจกรรมนี้เริ่มตั้งแต่เดือนเมย. 2558 เงินที่นำไปมอบบริจาคมาจากสองแหล่ง คือการโอนเงินผ่านบัญชีที่ผมใช้ในการทำกิจกรรมที่มีเพียงบัญชีเดียว (ธ.ไทยพานิชย์ ออมทรัพย์ 402-426503-4 อนุรักษ์ เจนตวนิชย์) โดยเพื่อนในเฟซบุ้คที่เห็นคุณค่าของกิจกรรมนี้ รวมถึงรายได้จากการจำหน่ายเสื้อการกุศลซึ่งผมทำทั้งหมด 5 รุ่น ได้แก่ คอลเลคชั่น Invictus รุ่นบทกวีภาษาไทย อังกฤษ และสัญลักษณ์คนชูกำปั้น  รุ่น Reboot Democracy รณรงค์การร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย รวมถึงเสื้อภาพใบหน้านายกยิ่งลักษณ์ที่ออกจำหน่ายราวหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินที่เพื่อนเฟซบุ้คโอนเข้าบัญชีผมจะนำไปมอบให้ผู้ต้องขังในเรือนจำทุกบาททุกสตางค์โดยไม่หักค่าใช้จ่าย รายได้จากการจำหน่ายเสื้อหลังจากหากต้นทุนได้แบ่งไปมอบให้กับผู้ต้องขัง นำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรมที่ผมมิได้นำไปคิดรวมเข้ากับยอดเงินบริจาค ได้นำไปผลิตเสื้อมอบให้กับนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย นักกิจกรรม สื่อมวลชน นักวิชาการ รวมถึงเพื่อนในเฟซบุ้คที่ได้สนับสนุนกิจกรรมนี้ในหลายรูปแบบ


ผมลดค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรมให้ต่ำ
ที่สุดเพื่อให้มีเงินเหลือพอสำหรับการมอบเงินบริจาคในแต่ละครั้ง ตั้งแต่การซื้อเสื้อจากโรงงานด้วยตนเอง นำไปสกรีนจากร้านเพื่อนในราคามิตรภาพ แพ้กเสื้อโดยภรรยาและลูกๆของผม ส่งเสื้อที่ไปรษณีย์ใหญ่เพื่อให้ค่าใช้จ่ายในการส่งถูกที่สุด และไม่ผลักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานใดๆเข้าเป็นเงินบริจาคเพื่อให้ยอดเงินบริจาคตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด

ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นตลอดการทำกิจกรรมแปดเดือนมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การถูกจับกุมที่ราชประสงค์ไปกักขังที่สน.ลุมพินีเนื่องจากทหารเข้าใจว่าผมผลิตเสื้อแดงจำนวนมากเพื่อใช้ในการปลุกระดมซึ่งไม่เป็นความจริง การถูกทหารค้นบ้านและพยายามหาหลักฐานในการดำเนินคดี ภรรยาของผมถูกทหารคุกคามด้วยการขู่จะนำตัวไปไว้ที่ค่ายทหาร ปัญหาของสุขภาพที่เกิดขึ้นจากการตรากตรำ รวมไปถึงการปล่อยข่าวทำลายกิจกรรมในช่วงต้นและท้ายกิจกรรม ในเดือนพค.มีการปล่อยข่าวว่าจะมีทหารไปดักอุ้มผมถึงเรือนจำหากผมยังไม่หยุดไปมอบเงินบริจาค ในสิบวันสุดท้ายของกิจกรรมมีการก่อกวนจากผู้ไม่หวังดีตั้งคำถามที่หน้าเฟซบุ้คเรื่องความโปร่งใสในการมอบเงินบริจาค การมอบเงินน้อยกว่าความเป็นจริง การอมเงินที่มีผู้ใหญ่ฝากมามอบให้ผู้ต้องขัง ลามปามไปถึงการใช้ถ้อยคำต่ำทรามกับเพื่อนที่ช่วยผมทำกิจกรรมซึ่งผมไม่ปรารถนาจะเอ่ยชื่อในบันทึกนี้

แต่สิ่งที่ผมตั้งใจที่จะบันทึกไว้เพื่อเป็นหลักฐานให้กับผู้ยังศรัทธาในประชาธิไตยไม่เสื่อมคลายก็คือเพื่อนเฟซบุ้คที่ใช้ชื่อว่า “ราชาวดี สุริยกานต์” หรือที่เฟซบุ้ครู้จักในชื่อ น้องฟ้า น้องฟ้าได้ซื้อเสื้อจากผมราวเดือนพค.พร้อมกับอาสาช่วยผมจำหน่ายหลังจากที่ทราบว่าผมแบ่งรายได้ไปมอบให้กับผู้ต้องขังทุกเดือน ในแต่ละวันน้องฟ้าจะช่วยโพสจำหน่ายและส่งข้อความ inbox ไปเชิญชวนเพื่อนๆให้อุดหนุนเสื้อกิจกรรม ในแต่ละวันจะรวบรวมออเดอร์และส่งสลิปการชำระเงินให้กับผมเพื่อเป็นหลักฐาน หากมีผู้ประสงค์จะฝากเงินเยี่ยมผู้ต้องขังน้องฟ้าจะให้หมายเลขบัญชีผมเท่านั้นและส่งสลิปเงินโอนให้กับผม ทุกครั้งที่ผมได้รับเงินฝากเยี่ยมเข้าบัญชีผมจะอวยพรหน้าเฟซบุ้คเหมือนกันทุกคนไม่ว่าจะบริจาคเท่าใดว่า “ขอให้ผู้บริจาคเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ” และหากมีการฝากเงินผ่านน้องฟ้าผมก็จะขอบคุณและอวยพรพร้อมกับแท้กไปที่เฟซบุ้คของน้องฟ้าเพื่อยืนยันการรับฝากเงิน น้องฟ้าทำเช่นนี้ทุกวันตั้งแต่ปลายเดือนพค.จนถึงกิจกรรมสิ้นสุดในเดือนนี้เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมและสรรเสริญถึงจิตอาสาของผู้หญิงตัวเล็กๆที่ต้องทำหน้าที่แม่เลี้ยงลูกสองคนพร้อมไปกับการเสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อหาเงินช่วยเหลือผู้ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ผมไม่ได้มีอะไรตอบแทนนอกจากส่งเสื้อรุ่นใหม่ๆไปให้ถ่ายแบบประชาสัมพันธ์และฝากเงินค่าขนมให้เด็กๆสองคนเท่าที่โอกาสจะอำนวย ผมคิดว่าความเป็นผู้เสียสละและอุทิศตนของคนที่รักและศรัทธาในประชาธิปไตยจะต้องแสดงออกทั้งโดยวาจาและการกระทำ ในท้ายบันทึกผมได้นำข้อความที่น้องฟ้าได้โพสเพื่อระบายความในใจที่สามารถอธิบายให้เห็นภาพอุปสรรคที่สำคัญในการดำเนินกิจกรรมนี้

ขอขอบคุณเพื่อนเฟซบุ้คมาอย่างสูงที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมนี้ ทั้งฝากเงินบริจาค อุดหนุนเสื้อการกุศล ช่วยประชาสัมพันธ์ รวบรวมออเดอร์ ให้คำแนะนำ ให้กำลังใจให้กิจกรรมนี้สำเร็จได้ด้วยดี ขอขอบคุณภรรยาและลูกๆของผมที่ได้สนับสนุนผมมาโดยตลอด และขอส่งใจไปถึงพี่น้องในเรือนจำให้อย่าท้อแท้และสิ้นหวัง

อีกไม่นานพวกเราจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง
ฟอร์ด เส้นทางสีแดง
28 พย. 2558 (เวลา 00.15 น.)

ต้องการบริจาคสนับสนุนกิจกรรม สั่งซื้อเสื้อได้โดยคลิกที่นี่ครับ

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2558

กลุ่มเสื้อแดงเห็นต่างยังเดินหน้าต่อสู้ โดยไม่มีแกนนำ

กลุ่มเสื้อแดงเห็นต่างยังเดินหน้าต่อ  สู้ ๆ ค่ะ ฟอร์ด เส้นทางสีแดง ฟอร์ด เส้นทางสีแดง​
========================================
สำหรับความเคลื่อนไหวกลุ่มคนเสื้อแดง ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นายอนุรักษ์ เจนตวณิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง นำสมาชิกในกลุ่มไปมอบเงินจำนวน 30,000 บาท เพื่อช่วยเหลือคนเสื้อแดงที่ต้องโทษถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษ จำนวน 15 คน

โดยนายอนุรักษ์กล่าวว่า กลุ่มตนรวมตัวทำกิจกรรมช่วยนักโทษการเมืองมาแล้ว 9 ครั้ง ยอมรับว่าครั้งนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากคนเสื้อแดงในเรือนจำรับทราบเรื่องที่ตนและนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. มีวิวาทะกันผ่านสื่อกรณีการสวมเสื้อแดงให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งคนเสื้อแดงในเรือนจำเห็นด้วยกับกิจกรรมสวมเสื้อแดงในวันที่ 1 พ.ย.

 พร้อมฝากข้อความจากในเรือนจำมาว่า ต้องมีความคิดที่หลากหลายมิฉะนั้นจะไม่ก้าวหน้า สำหรับกิจกรรมวันที่ 1 พ.ย. ไม่มีแกนนำ แต่จะพร้อมใจกันใส่เสื้อแดงถ่ายภาพเซลฟี่อัพลงเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไลน์ ให้กำลังใจอดีตนายกฯ
=================================================

คุณฟอร์ด ไม่เคยหยุดกิจกรรม คนรักประชาธิปไตย
เคารพการตัดสินใจของพี่น้องเสื้อแดง
มันเป็นการนัดกันใส่เสื้อแดง ไม่ใช่นัดรวมตัวชุมนุม


             ฟังคำแนะนำจาก อาจารย์ สุรชัย ที่นี่ค่ะ( ท้าย ๆ คลิปค่ะ)

                       

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

กิจกรรม Invictus เพื่อพี่น้องในเรือนจำ # 9 (30 ตค. 2558)

กิจกรรมนี้ย่างเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว ในเดือนนี้มีเหตุการณ์สำคัญที่สมควรต้องบันทึกไว้ เนื่องจากรัฐบาลคสช.ได้ดำเนินคดีกับนายกยิ่งลักษณ์คดีรับจำนำข้าวจากความผิดละเลยให้มีการทุจริตจำนำข้าว และมีข่าวว่าจะใช้คำสั่งทางการปกครองเรียกค่าเสียหายจากนายกยิ่งลักษณ์หลายแสนล้านบาท จึงได้มีคนเสื้อแดงนัดหมายกันใส่เสื้อแดงในวันอาทิตย์ 1 พย.เพื่อให้กำลังใจนายกยิ่งลักษณ์ กระแสดังกล่าวได้รับความสนใจมากจนกระทั่งประธานนปช. คุณจตุพร พรหมพันธ์ได้ออกมาเบรคโดยไม่ระมัดระวังคำพูด ทำให้มีกระแสต่อต้านและมีการตั้งคำถามถึงความเหมาะสม

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้โทรมาขอสัมภาษณ์ผมซึ่งให้ความเห็นอย่างไม่อ้อมค้อม ทำให้เกิดการโต้ตอบกันไปมา จตุพรออกคลิป Peace TV โจมตีพูดวัวพันหลักทำนองผมเป็นหน่วย IO ของทหาร เป็นแดงแฝง แดงรับงาน มุ่งหวังให้เกิดผลดีต่อทหารผลร้ายเกิดกับนายกยิ่งลักษณ์ (เช่นเดียวกับที่เคยโจมตีผมว่าเป็นแดงเทียมเมื่อปี 2554)

ส่วนผมให้สัมภาษณ์ Thai Voice ของคุณจอม เพชรประดับ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้นัดหมายแต่ได้แนะนำการปฏิบัติตัวให้กับผู้ที่จะร่วมกิจกรรมเพื่อไม่ให้ผิดกฏหมาย


คลิปของ Thai Voice เปิดประเด็นที่ร้อนแรงเกี่ยวกับความเสื่อมศรัทธาที่มวลชนมีต่อนปช. ผมได้ให้เหตุผลไว้สามประการ คือความพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความไม่ดูแลเพิกเฉยต่อมวลชนที่สูญเสียทั้งในชนบทและในเรือนจำ และความไม่พัฒนาตนเองของเหล่าแกนนำ ในวันที่ไปเยี่ยมมีนักข่าวจากสิงคโปร์ไปขอทำข่าว ผมได้ให้ความเห็นหลังการสัมภารณ์ว่าหากแกนนำยอมรับการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวพัฒนาตนเอง ให้ความสำคัญกับการสื่อสารทางโซเชี่ยลเนทเวิรค์ ปรับเปลี่ยนท่าที ลดการสร้างศัตรู กลับไปพัฒนาแนวหลัง เพิ่มความรู้ให้กับตนเอง ปฏิรูปองค์กร จะทำให้พวกเขากลับมาได้รับความนิยมเหมือนเดิม แต่หากเขาไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ภายใน 2-3 ปีพวกเขาจะไม่มีมวลชนเหลือ และจะต้องประกาศยุติบทบาทไปเช่นเดียวกับกลุ่มพันธมิตรก่อนหน้านี้ จึงขอบันทึกไว้เป็นหลักฐานณ.ที่นี้
ข่าวความขัดแย้งระหว่างผมและจตุพรรับรู้กันทั่วประเทศรวมถึงพี่น้องในเรือนจำ ทั้งคุณสมยศและคุณทอม ดันดีต่างสนับสนุนให้คนเสื้อแดงได้ร่วมกิจกรรมนี้ คุณสมยศเห็นว่าจะต้องใส่เพื่อให้กำลังใจนายกยิ่งลักษณ์ที่กำลังต่อสู้กับความไม่ยุติธรรม ส่วนคุณทอม ดันดีได้ให้ความเห็นว่าประชาธิปไตยจะต้องมีความคิดเห็นที่หลากหลาย โดยอุปมาอุปมัยว่า ไม่มีใครสามารถบังคับให้ทุกคนเคารพกราบไหว้หลวงพ่อที่ตนศรัทธาและห้ามกราบไหว้พระรุปอื่นได้ ชาวพุทธคนอื่นมีสิทธิที่จะเลือกว่าจะกราบไหว้และะศรัทธาวัตรปฏิบัติของพระรูปใด”  ผมคิดว่าเป็นการเปรียบเทียบที่คมคายที่สุดที่เคยได้ยินมา
จำนวนเงินบริจาคในครั้งนี้คือ 33,000 บาท มาจากรายได้จากการจำหน่ายเสื้อการกุศลและจากผู้บริจาคจำนวน 24 ราย มอบให้กับผู้ต้องขังทั้งเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ทัณฑสถานหญิงกลาง และครอบครัวผู้ต้องขัง 15 ราย ดังต่อไปนี้
1. คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข  2,500 บาท
2. คุณธานัช ธนวัชรนนท์ (ทอม ดันดี)  2,500 บาท
3. นายปฏิวัตน์ สาหร่ายแย้ม (น้องแบงค์)  2,500 บาท
4. นส.ภรทิพย์ มั่นคง (น้องกอล์ฟ)  2,500 บาท
5. น้องนัน ภรรยาคุณทอม  2,500 บาท
6. น้องตุ๊กตา (คุณแม่ลูกสาวแฝด 2)   2,500 บาท
7. น้องยุ้ย (คุณแม่ลูก 2)  2,500 บาท
8. น้องแหวน นส.ณัฐธิดา มีวังปลา  2,500 บาท
10 ปรีชา อยู่เย็น  1,500 บาท
11 กิตติศักดิ์ สุ่มศรี  1,500 บาท
12 ชำนาญ ภาคีฉาย  1,500 บาท
13 รณฤทธิ์ สุวิชา.  1,500 บาท
14 ฝากคุณสาซื้อของเยี่ยมผู้ต้องขัง 2 ชุด   1,000 บาท
15 ซื้อของฝากคุณสมยศ 500 บาท
16 เพื่อนเดินทางไกล  3,000 บาท

ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ ขอขอบคุณผู้บริจาคทุกท่าน ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนเสื้อการกุศล ขอบคุณน้องฟ้าที่ช่วยถ่ายแบบและจำหน่าย ขอบคุณน้องแป๋มที่ได้ทำไสลด์ ขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจ ในวันพรุ่งนี้จะมีคนใส่เสื้อแดงมากน้อยแค่ไหน  ผมจะนำภาพมาต่อในท้ายบันทึกฉบับนี้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เป็นหลักฐาน

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

No Fear



ประชาสัมพันธ์♥♥ ท่านใดต้องการเสื้อ No Fear เป็นที่ระลึก มี 4 สี ดำ น้ำตาล เขียวขี้ม้า เทา ไซส์ S M L XL XXL เนื้อผ้าชั้นเยี่ยม ตัวละ 250 บาท กรุณาแจ้งที่กระทู้ หรือโอนเงินธ.ไทยพาณิชย์ ออมทรัยพ์ 402-426503-4 อนุรักษ์ เจนตวนิชย์ ผมจะส่งให้ฟรีทั่วประเทศ



*
♥♥ ˚ ˚✰˚การสนับสนุนเสื้อกิจกรรม  เสื้อ No Fear เส้นทางสีแดง จะทำให้ผมมีกำลังใจที่จะทำกิจกรรมเพื่อมนุษยธรรมต่อไป...* ♥♥ ˚ ˚✰˚







ลมหนาวเริ่มพัดมาแล้ว ตลอดเวลาหลายปีเมื่อถึงหน้าหนาว ผมจะต้องเตรียมตัวออกเดินทางเพื่อเยี่ยมพี่น้องเสื้อแดงในชนบทเพื่อให้กำลังใจ นำความช่วยเหลือมอบให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม มอบทุนการศึกษาให้เด็กๆ ผมต้องการแสดงให้สังคมเห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างประชาธิปไตยที่ต้องใช้ความอดทน เสียสละ และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ
การสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงจะต้องปลูกฝังนับชั่วอายุคน


Back to the Front Page/กลับไปหน้าแรก

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ผมอยากเข้าพรรคเพื่อไทยทำงานด้านมวลชนพัฒนาประชาธิปไตย


ณ.ที่ใด ดวงใจไม่เคยหวั่น จะฝ่าฟันอุปสรรคและขวากหนาม
ประชาธิปไตยไม่เกินเอื้อมพยายาม ฝากชื่อนามให้โลกรู้ .. "กูเสื้อแดง



ผมอยากเข้าพรรคเพื่อไทยทำงานด้า
นมวลชนพัฒนาประชาธิปไตย ขืนทำกิจกรรมด้วยเงินตัวเองต่อไปมีหวังล่มจม ผู้เกี่ยวข้องกรุณาแนะนำ

ผมไม่เคยนึกเสียใจที่เคลื่อนไหวต้านรัฐประหาร

ผมไม่เคยนึกเสียใจที่เคลื่อนไหวต้านรัฐประหารแม้จะถูกดำเนินคดี ผมสามารถบอกกับลูกๆได้เต็มปากว่าพ่อได้ปกป้องประชาธิปไตยเพื่อลูกๆของพ่อจนถึงที่สุดแล้ว ถ่ายพร้อมกับบันทึกแจ้งการดำเนินคดีจากศาลทหาร มีผู้คุมเรือนจำมารอรับตัว ได้รับการปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพเวลา 21.00 น.

จดหมายร้องขอความเป็นธรรม


พรุ่งนี้ 31 กค. 9.00 น. ผมต้องไปศาลทหารเนื่องจากเป็นกำหนดส่งฟ้อง ซึ่งจะรู้ว่าถูกฟ้องหรือไม่ ข้อหาใด ผมขอเปิดจดหมายร้องขอความเป็นธรรมที่ได้ทำถึงตุลาการศาลทหารให้สังคมได้ทราบ เนื้อหาดังต่อไปนี้


(จดหมายร้องขอความเป็นธรรม)

เรียน ตุลาการศาลทหาร

ตามที่ข้าพเจ้าได้ถูกจับกุมจากบ้านพักเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2557 เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าร่วมชุมนุมคัดค้านคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ที่บริเวณหอศิลป์ นั้น ข้าพเจ้าใคร่ขอร้องขอความเป็นธรรมในการพิจารณาในการตั้งข้อหากับข้าพเจ้าด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริงดังนี้

ข้าพเจ้ามีอาชีพเป็นนักธุรกิจ และเป็นอดีตอาจารย์สอนหนังสือในมหาวิทยาลัย หลายปีมานี้ข้าพเจ้าเป็นนักกิจกรรมเพื่อมนุษยธรรมและประชาธิปไตย กิจกรรมที่ข้าพเจ้าทำมีชื่อว่ากิจกรรมเส้นทางสีแดงซึ่งเป็นกิจกรรมปั่นจักรยานทางไกลไปยังชนบทในภูมิภาคต่างๆ นำเงินและสิ่งของบริจาคไปมอบให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมในปี 2553 ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในปี 2554 ผู้ร่วมกิจกรรมเส้นทางสีแดงมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการทหาร ตำรวจ ครู และประชาชนทั่วไปวัยเกษียน ข้าพเจ้าได้เผยแพร่กิจกรรมบนเฟซบุ้คของใช้ชื่อ “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” กิจกรรมนี้มิได้เคยสร้างความขัดแย้งในสังคม ตรงกันข้าม กิจกรรมเส้นทางสีแดงเป็นที่รับรู้ทั่วไปว่าเป็นกิจกรรมที่แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ เมตตาธรรมและสันติวิธี ส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมาโดยตลอด

ในวันดังกล่าวข้าพเจ้าได้เดินทางไปโดยลำพังโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะไปเดินเล่นที่ศูนย์การค้ามาบุญครองที่อยู่ไกล้กับหอศิลป์โดยลงที่สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ ระหว่างที่เดินเข้าศูนย์การค้ามาบุญครองข้าพเจ้าพบเห็นทหารยืนรักษาการณ์ประจันหน้ากับประชาชนที่ตะโกนส่งเสียงดัง มีสื่อมวลชนถ่ายภาพจำนวนมาก ข้าพเจ้าจึงเดินเข้าไปดูเหตุการณ์พบเห็นหญิงชราคนหนึ่งชูป้ายใส่ทหารและตะโกนเสียงดัง เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจผิดว่าประชาชนกำลังถูกทำร้าย จึงได้เอาตัวเข้าไปขวางระหว่างหญิงผู้นั้นและทหาร พร้อมกับตะโกนบอกทหารว่า “จับเลยๆ” ซึ่งหมายถึงให้จับข้าพเจ้าแทนหญิงคนนั้น

ในขณะนั้นข้าพเจ้าอยู่ในอาการตกใจและสับสน ประกอบกับเสียใจที่มีการทำรัฐประหารจึงได้แสดงออกด้วยอารมณ์โกธรซึ่งเป็นอารมณ์ชั่ววูบ เมื่อได้สติจึงได้เดินออกมาจากบริเวณนั้น และเข้าไปเดินในศูนย์การค้าขากลับได้เดินกลับไปที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่พร้อมกับกล่าวคำขอโทษว่า “น้อง เมื่อกี้พี่พูดรุนแรงเกินไป พี่ขอโทษ” ขณะนั้นมีทหารอยู่ในเหตุการณ์หลายคนเป็นพยาน ซึ่งต่อมาขณะที่ข้าพเจ้าถูกควบคุมตัวมาที่กรมทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ทหารที่สอบปากคำข้าพเจ้า 2 นายก็เป็นทหารกลุ่มเดียวกับที่ข้าพเจ้าได้กล่าวคำขอโทษ สามารถเป็นพยานในเหตุการณ์นี้ได้

ในขณะที่ข้าพเจ้าถูกสอบปากคำนั้น ข้าพเจ้าถูกสอบถามถึงความเกี่ยวข้องกับกลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (นปช.) การเชื่อมโยงกับกลุ่มที่ก่อความรุนแรง หรือการกระทำผิดตามมาตรา 112 หรือไม่? ข้าพเจ้าได้ชี้แจงว่าข้าพเจ้าดำเนินกิจกรรมโดยอิสระ มิได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มนปช. ข้าพเจ้าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงใดๆ และข้าพเจ้าได้โพสข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์ตลอดมา โดยเฉพาะพระราชดำรัสในวันที่ 4 ธันวาคม 2548 ซึ่งข้าพเจ้าได้โพสบ่อยครั้งเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงได้เคยปั่นจักรยานจากกรุงเทพไปถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชวังไกลกังวลเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นอกจากนี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2557 ข้าพเจ้ายังได้เคยปั่นจักรยานไปภาคเหนือ ภาคกลาง พม่า ลาว และประเทศจีน รวมเป็นระยะทางกว่า 4,000 กม. โดยเรียกร้องให้ความปรองดองและสมานฉันทน์ของสังคมไทยและเป็นที่รับรู้กันทั่วไป ข้าพเจ้ายินดีที่จะนำหลักฐานในการทำกิจกรรมดังกล่าวแสดงต่อนายทหารพระธรรมนูญตลอดเวลา

อนึ่ง เอกสารที่ทหารที่มาดำเนินการจับกุมข้าพเจ้ามีข้อมูลหลายอย่างที่เป็นการใส่ความหรือคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เช่น กล่าวหาว่าข้าพเจ้าไปขึ้นเวทีที่ขอนแก่นเพื่อปลุกระดมให้คนออกมาต่อต้านรัฐประหาร ทั้งที่ข้าพเจ้ามิได้เดินทางไปที่ขอนแก่นเลยหลังรัฐประหาร และภาพที่นำมาประกอบก็เป็นภาพตั้งแต่ปี 2555 นอกจากนี้ยังกล่าวหาว่าข้าพเจ้าถ่ายรูปกับนายจักรภพ เพ็ญแขที่กัมพูชา แต่ภาพประกอบกลับเป็นภาพที่ข้าพเจ้ายืนถ่ายรูปกับเด็กหญิงอายุ 5-6 ขวบที่บริเวณอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นต้น เรื่องดังกล่าวข้าพเจ้าเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่เกิดจากความเข้าใจผิดและมิได้บอกกล่าวกับบุคคลใดให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อทหารที่มาดำเนินการจับกุม

ในยามที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ต้องการนำสันติสุข เสริมสร้างความสามัคคีและปรองดองของคนในชาติ ข้าพเจ้าใคร่ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับนักกิจกรรมเพื่อมนุษยธรรมที่ได้อุทิศตนทำในสิ่งที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ และขอได้โปรดยุติการดำเนินคดีกับข้าพเจ้า จักเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา

ขอแสดงความนับถือ

นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ (ผู้ร้องเรียน)
18 กรกฏาคม 2557