วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

กิจกรรม Invictus เพื่อพี่น้องในเรือนจำ # 9 (30 ตค. 2558)

กิจกรรมนี้ย่างเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว ในเดือนนี้มีเหตุการณ์สำคัญที่สมควรต้องบันทึกไว้ เนื่องจากรัฐบาลคสช.ได้ดำเนินคดีกับนายกยิ่งลักษณ์คดีรับจำนำข้าวจากความผิดละเลยให้มีการทุจริตจำนำข้าว และมีข่าวว่าจะใช้คำสั่งทางการปกครองเรียกค่าเสียหายจากนายกยิ่งลักษณ์หลายแสนล้านบาท จึงได้มีคนเสื้อแดงนัดหมายกันใส่เสื้อแดงในวันอาทิตย์ 1 พย.เพื่อให้กำลังใจนายกยิ่งลักษณ์ กระแสดังกล่าวได้รับความสนใจมากจนกระทั่งประธานนปช. คุณจตุพร พรหมพันธ์ได้ออกมาเบรคโดยไม่ระมัดระวังคำพูด ทำให้มีกระแสต่อต้านและมีการตั้งคำถามถึงความเหมาะสม

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้โทรมาขอสัมภาษณ์ผมซึ่งให้ความเห็นอย่างไม่อ้อมค้อม ทำให้เกิดการโต้ตอบกันไปมา จตุพรออกคลิป Peace TV โจมตีพูดวัวพันหลักทำนองผมเป็นหน่วย IO ของทหาร เป็นแดงแฝง แดงรับงาน มุ่งหวังให้เกิดผลดีต่อทหารผลร้ายเกิดกับนายกยิ่งลักษณ์ (เช่นเดียวกับที่เคยโจมตีผมว่าเป็นแดงเทียมเมื่อปี 2554)

ส่วนผมให้สัมภาษณ์ Thai Voice ของคุณจอม เพชรประดับ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้นัดหมายแต่ได้แนะนำการปฏิบัติตัวให้กับผู้ที่จะร่วมกิจกรรมเพื่อไม่ให้ผิดกฏหมาย


คลิปของ Thai Voice เปิดประเด็นที่ร้อนแรงเกี่ยวกับความเสื่อมศรัทธาที่มวลชนมีต่อนปช. ผมได้ให้เหตุผลไว้สามประการ คือความพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความไม่ดูแลเพิกเฉยต่อมวลชนที่สูญเสียทั้งในชนบทและในเรือนจำ และความไม่พัฒนาตนเองของเหล่าแกนนำ ในวันที่ไปเยี่ยมมีนักข่าวจากสิงคโปร์ไปขอทำข่าว ผมได้ให้ความเห็นหลังการสัมภารณ์ว่าหากแกนนำยอมรับการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวพัฒนาตนเอง ให้ความสำคัญกับการสื่อสารทางโซเชี่ยลเนทเวิรค์ ปรับเปลี่ยนท่าที ลดการสร้างศัตรู กลับไปพัฒนาแนวหลัง เพิ่มความรู้ให้กับตนเอง ปฏิรูปองค์กร จะทำให้พวกเขากลับมาได้รับความนิยมเหมือนเดิม แต่หากเขาไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ภายใน 2-3 ปีพวกเขาจะไม่มีมวลชนเหลือ และจะต้องประกาศยุติบทบาทไปเช่นเดียวกับกลุ่มพันธมิตรก่อนหน้านี้ จึงขอบันทึกไว้เป็นหลักฐานณ.ที่นี้
ข่าวความขัดแย้งระหว่างผมและจตุพรรับรู้กันทั่วประเทศรวมถึงพี่น้องในเรือนจำ ทั้งคุณสมยศและคุณทอม ดันดีต่างสนับสนุนให้คนเสื้อแดงได้ร่วมกิจกรรมนี้ คุณสมยศเห็นว่าจะต้องใส่เพื่อให้กำลังใจนายกยิ่งลักษณ์ที่กำลังต่อสู้กับความไม่ยุติธรรม ส่วนคุณทอม ดันดีได้ให้ความเห็นว่าประชาธิปไตยจะต้องมีความคิดเห็นที่หลากหลาย โดยอุปมาอุปมัยว่า ไม่มีใครสามารถบังคับให้ทุกคนเคารพกราบไหว้หลวงพ่อที่ตนศรัทธาและห้ามกราบไหว้พระรุปอื่นได้ ชาวพุทธคนอื่นมีสิทธิที่จะเลือกว่าจะกราบไหว้และะศรัทธาวัตรปฏิบัติของพระรูปใด”  ผมคิดว่าเป็นการเปรียบเทียบที่คมคายที่สุดที่เคยได้ยินมา
จำนวนเงินบริจาคในครั้งนี้คือ 33,000 บาท มาจากรายได้จากการจำหน่ายเสื้อการกุศลและจากผู้บริจาคจำนวน 24 ราย มอบให้กับผู้ต้องขังทั้งเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ทัณฑสถานหญิงกลาง และครอบครัวผู้ต้องขัง 15 ราย ดังต่อไปนี้
1. คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข  2,500 บาท
2. คุณธานัช ธนวัชรนนท์ (ทอม ดันดี)  2,500 บาท
3. นายปฏิวัตน์ สาหร่ายแย้ม (น้องแบงค์)  2,500 บาท
4. นส.ภรทิพย์ มั่นคง (น้องกอล์ฟ)  2,500 บาท
5. น้องนัน ภรรยาคุณทอม  2,500 บาท
6. น้องตุ๊กตา (คุณแม่ลูกสาวแฝด 2)   2,500 บาท
7. น้องยุ้ย (คุณแม่ลูก 2)  2,500 บาท
8. น้องแหวน นส.ณัฐธิดา มีวังปลา  2,500 บาท
10 ปรีชา อยู่เย็น  1,500 บาท
11 กิตติศักดิ์ สุ่มศรี  1,500 บาท
12 ชำนาญ ภาคีฉาย  1,500 บาท
13 รณฤทธิ์ สุวิชา.  1,500 บาท
14 ฝากคุณสาซื้อของเยี่ยมผู้ต้องขัง 2 ชุด   1,000 บาท
15 ซื้อของฝากคุณสมยศ 500 บาท
16 เพื่อนเดินทางไกล  3,000 บาท

ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ ขอขอบคุณผู้บริจาคทุกท่าน ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนเสื้อการกุศล ขอบคุณน้องฟ้าที่ช่วยถ่ายแบบและจำหน่าย ขอบคุณน้องแป๋มที่ได้ทำไสลด์ ขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจ ในวันพรุ่งนี้จะมีคนใส่เสื้อแดงมากน้อยแค่ไหน  ผมจะนำภาพมาต่อในท้ายบันทึกฉบับนี้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เป็นหลักฐาน

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

No Fear



ประชาสัมพันธ์♥♥ ท่านใดต้องการเสื้อ No Fear เป็นที่ระลึก มี 4 สี ดำ น้ำตาล เขียวขี้ม้า เทา ไซส์ S M L XL XXL เนื้อผ้าชั้นเยี่ยม ตัวละ 250 บาท กรุณาแจ้งที่กระทู้ หรือโอนเงินธ.ไทยพาณิชย์ ออมทรัยพ์ 402-426503-4 อนุรักษ์ เจนตวนิชย์ ผมจะส่งให้ฟรีทั่วประเทศ



*
♥♥ ˚ ˚✰˚การสนับสนุนเสื้อกิจกรรม  เสื้อ No Fear เส้นทางสีแดง จะทำให้ผมมีกำลังใจที่จะทำกิจกรรมเพื่อมนุษยธรรมต่อไป...* ♥♥ ˚ ˚✰˚







ลมหนาวเริ่มพัดมาแล้ว ตลอดเวลาหลายปีเมื่อถึงหน้าหนาว ผมจะต้องเตรียมตัวออกเดินทางเพื่อเยี่ยมพี่น้องเสื้อแดงในชนบทเพื่อให้กำลังใจ นำความช่วยเหลือมอบให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม มอบทุนการศึกษาให้เด็กๆ ผมต้องการแสดงให้สังคมเห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างประชาธิปไตยที่ต้องใช้ความอดทน เสียสละ และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ
การสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงจะต้องปลูกฝังนับชั่วอายุคน


Back to the Front Page/กลับไปหน้าแรก

วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ผมอยากเข้าพรรคเพื่อไทยทำงานด้านมวลชนพัฒนาประชาธิปไตย


ณ.ที่ใด ดวงใจไม่เคยหวั่น จะฝ่าฟันอุปสรรคและขวากหนาม
ประชาธิปไตยไม่เกินเอื้อมพยายาม ฝากชื่อนามให้โลกรู้ .. "กูเสื้อแดง



ผมอยากเข้าพรรคเพื่อไทยทำงานด้า
นมวลชนพัฒนาประชาธิปไตย ขืนทำกิจกรรมด้วยเงินตัวเองต่อไปมีหวังล่มจม ผู้เกี่ยวข้องกรุณาแนะนำ

ผมไม่เคยนึกเสียใจที่เคลื่อนไหวต้านรัฐประหาร

ผมไม่เคยนึกเสียใจที่เคลื่อนไหวต้านรัฐประหารแม้จะถูกดำเนินคดี ผมสามารถบอกกับลูกๆได้เต็มปากว่าพ่อได้ปกป้องประชาธิปไตยเพื่อลูกๆของพ่อจนถึงที่สุดแล้ว ถ่ายพร้อมกับบันทึกแจ้งการดำเนินคดีจากศาลทหาร มีผู้คุมเรือนจำมารอรับตัว ได้รับการปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพเวลา 21.00 น.

จดหมายร้องขอความเป็นธรรม


พรุ่งนี้ 31 กค. 9.00 น. ผมต้องไปศาลทหารเนื่องจากเป็นกำหนดส่งฟ้อง ซึ่งจะรู้ว่าถูกฟ้องหรือไม่ ข้อหาใด ผมขอเปิดจดหมายร้องขอความเป็นธรรมที่ได้ทำถึงตุลาการศาลทหารให้สังคมได้ทราบ เนื้อหาดังต่อไปนี้


(จดหมายร้องขอความเป็นธรรม)

เรียน ตุลาการศาลทหาร

ตามที่ข้าพเจ้าได้ถูกจับกุมจากบ้านพักเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2557 เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าร่วมชุมนุมคัดค้านคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ที่บริเวณหอศิลป์ นั้น ข้าพเจ้าใคร่ขอร้องขอความเป็นธรรมในการพิจารณาในการตั้งข้อหากับข้าพเจ้าด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริงดังนี้

ข้าพเจ้ามีอาชีพเป็นนักธุรกิจ และเป็นอดีตอาจารย์สอนหนังสือในมหาวิทยาลัย หลายปีมานี้ข้าพเจ้าเป็นนักกิจกรรมเพื่อมนุษยธรรมและประชาธิปไตย กิจกรรมที่ข้าพเจ้าทำมีชื่อว่ากิจกรรมเส้นทางสีแดงซึ่งเป็นกิจกรรมปั่นจักรยานทางไกลไปยังชนบทในภูมิภาคต่างๆ นำเงินและสิ่งของบริจาคไปมอบให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมในปี 2553 ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในปี 2554 ผู้ร่วมกิจกรรมเส้นทางสีแดงมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการทหาร ตำรวจ ครู และประชาชนทั่วไปวัยเกษียน ข้าพเจ้าได้เผยแพร่กิจกรรมบนเฟซบุ้คของใช้ชื่อ “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” กิจกรรมนี้มิได้เคยสร้างความขัดแย้งในสังคม ตรงกันข้าม กิจกรรมเส้นทางสีแดงเป็นที่รับรู้ทั่วไปว่าเป็นกิจกรรมที่แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ เมตตาธรรมและสันติวิธี ส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมาโดยตลอด

ในวันดังกล่าวข้าพเจ้าได้เดินทางไปโดยลำพังโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะไปเดินเล่นที่ศูนย์การค้ามาบุญครองที่อยู่ไกล้กับหอศิลป์โดยลงที่สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ ระหว่างที่เดินเข้าศูนย์การค้ามาบุญครองข้าพเจ้าพบเห็นทหารยืนรักษาการณ์ประจันหน้ากับประชาชนที่ตะโกนส่งเสียงดัง มีสื่อมวลชนถ่ายภาพจำนวนมาก ข้าพเจ้าจึงเดินเข้าไปดูเหตุการณ์พบเห็นหญิงชราคนหนึ่งชูป้ายใส่ทหารและตะโกนเสียงดัง เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจผิดว่าประชาชนกำลังถูกทำร้าย จึงได้เอาตัวเข้าไปขวางระหว่างหญิงผู้นั้นและทหาร พร้อมกับตะโกนบอกทหารว่า “จับเลยๆ” ซึ่งหมายถึงให้จับข้าพเจ้าแทนหญิงคนนั้น

ในขณะนั้นข้าพเจ้าอยู่ในอาการตกใจและสับสน ประกอบกับเสียใจที่มีการทำรัฐประหารจึงได้แสดงออกด้วยอารมณ์โกธรซึ่งเป็นอารมณ์ชั่ววูบ เมื่อได้สติจึงได้เดินออกมาจากบริเวณนั้น และเข้าไปเดินในศูนย์การค้าขากลับได้เดินกลับไปที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่พร้อมกับกล่าวคำขอโทษว่า “น้อง เมื่อกี้พี่พูดรุนแรงเกินไป พี่ขอโทษ” ขณะนั้นมีทหารอยู่ในเหตุการณ์หลายคนเป็นพยาน ซึ่งต่อมาขณะที่ข้าพเจ้าถูกควบคุมตัวมาที่กรมทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ทหารที่สอบปากคำข้าพเจ้า 2 นายก็เป็นทหารกลุ่มเดียวกับที่ข้าพเจ้าได้กล่าวคำขอโทษ สามารถเป็นพยานในเหตุการณ์นี้ได้

ในขณะที่ข้าพเจ้าถูกสอบปากคำนั้น ข้าพเจ้าถูกสอบถามถึงความเกี่ยวข้องกับกลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (นปช.) การเชื่อมโยงกับกลุ่มที่ก่อความรุนแรง หรือการกระทำผิดตามมาตรา 112 หรือไม่? ข้าพเจ้าได้ชี้แจงว่าข้าพเจ้าดำเนินกิจกรรมโดยอิสระ มิได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มนปช. ข้าพเจ้าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงใดๆ และข้าพเจ้าได้โพสข้อความเทิดทูนพระมหากษัตริย์ตลอดมา โดยเฉพาะพระราชดำรัสในวันที่ 4 ธันวาคม 2548 ซึ่งข้าพเจ้าได้โพสบ่อยครั้งเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงได้เคยปั่นจักรยานจากกรุงเทพไปถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชวังไกลกังวลเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นอกจากนี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2557 ข้าพเจ้ายังได้เคยปั่นจักรยานไปภาคเหนือ ภาคกลาง พม่า ลาว และประเทศจีน รวมเป็นระยะทางกว่า 4,000 กม. โดยเรียกร้องให้ความปรองดองและสมานฉันทน์ของสังคมไทยและเป็นที่รับรู้กันทั่วไป ข้าพเจ้ายินดีที่จะนำหลักฐานในการทำกิจกรรมดังกล่าวแสดงต่อนายทหารพระธรรมนูญตลอดเวลา

อนึ่ง เอกสารที่ทหารที่มาดำเนินการจับกุมข้าพเจ้ามีข้อมูลหลายอย่างที่เป็นการใส่ความหรือคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เช่น กล่าวหาว่าข้าพเจ้าไปขึ้นเวทีที่ขอนแก่นเพื่อปลุกระดมให้คนออกมาต่อต้านรัฐประหาร ทั้งที่ข้าพเจ้ามิได้เดินทางไปที่ขอนแก่นเลยหลังรัฐประหาร และภาพที่นำมาประกอบก็เป็นภาพตั้งแต่ปี 2555 นอกจากนี้ยังกล่าวหาว่าข้าพเจ้าถ่ายรูปกับนายจักรภพ เพ็ญแขที่กัมพูชา แต่ภาพประกอบกลับเป็นภาพที่ข้าพเจ้ายืนถ่ายรูปกับเด็กหญิงอายุ 5-6 ขวบที่บริเวณอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นต้น เรื่องดังกล่าวข้าพเจ้าเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่เกิดจากความเข้าใจผิดและมิได้บอกกล่าวกับบุคคลใดให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อทหารที่มาดำเนินการจับกุม

ในยามที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ต้องการนำสันติสุข เสริมสร้างความสามัคคีและปรองดองของคนในชาติ ข้าพเจ้าใคร่ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับนักกิจกรรมเพื่อมนุษยธรรมที่ได้อุทิศตนทำในสิ่งที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ และขอได้โปรดยุติการดำเนินคดีกับข้าพเจ้า จักเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา

ขอแสดงความนับถือ

นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ (ผู้ร้องเรียน)
18 กรกฏาคม 2557

วันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

จดหมายจากเส้นทางสีแดงถึงเพื่อนใน มูลนิธิ ฟรีดริค เอ แบร์ท


26 December 2011 at 11.36

จดหมายนี้ผมถึงเขียนเพื่อนชาวไทยคนหนึ่งที่ทำงานอยู่มูลนิธิการกุศลแห่งหนึ่งชื่อ มูลนิธิ ฟรีดริค เอ แบร์ท ผมได้พบกับเธอคนนี้ในงานเสวนาที่จัดโดยศูนย์สันติวิธี มหาวิทยาลัยมหดิล เห็นว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจ จึงขอนำมาไว้ในบันทึกเฟซบุ้ค ดังนี้ :

คนเสื้อแดงรู้สึกเจ็บปวดกับผลของรัฐประหาร 19 กย.2549 อย่างมาก สิ่งที่พวกเขาต้องการคือการได้มีโอกาสเลือกตั้งผู้นำของเขาเอง ในวันที่ 12 มีค.2554 พวกเขาเดินทางเข้ามาจากทั่วประเทศนับแสนคนเพื่อมาชุมนุมให้รัฐบาลที่พวกเขาไม่เลือกยุบสภาเพียงเพื่อจะได้มีโอกาสเลือกตั้งใหม่ แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับคือการใส่ร้ายป้ายสีจากรัฐบาลเผด็จการกล่าวหาว่าพวกเขารับเงินมาชุมนุม กล่าวหาว่าพวกเขาเป็นคนซ่องสุมอาวุธและทำร้ายผู้คน ในขณะที่ข้อเท็จจริงที่ผมได้รับตรงกันข้ามกับสิ่งที่รัฐบาลเผด็จการได้กล่าวหา เหตุการณ์การสังหารหมู่ (Massacre) ในวันที่ 10 เมย.และ 19 พค. ได้สร้างความเจ็บแค้นให้กับพวกเขาอย่างมาก คนเสื้อแดงนับหมื่นๆคนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งผ่านความทรงจำและภาพจากกล้องของพวกเขา หลังเหตุการณ์ 19 พค.คนเสื้อแดงถูกปราบปรามอย่างโหดร้าย และมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงที่สุดในประเทศไทย ผู้บริสุทธิ์จำนวนมากถูกจับกุมคุมขังและไม่ได้รับสิทธิ์ในการประกันตัว คนเสื้อแดงจำนวนมากถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม เจตนาของผู้ปกครองมีอยู่อย่างเดียวเท่านั้นคือใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่เรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสันติ เพื่อให้เกิดความหวดกลัวในหมู่ประชาชนเพื่อมิให้ลุกขึ้นมาทวงสิทธิขั้นพื้นฐานของเขาในฐานะเสรีชน การปราบปรามอย่างทารุณในปีนี้แม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ประวัติศาสตร์ 14 ตค. 2516 และ 6 ตค.2519 และ 14-17 พค.2537 ได้บอกกับสังคมไทยและโลกเช่นนั้น

กิจกรรมเส้นทางสีแดงได้ถือกำเนิดขึ้นมาในยุคที่มืดมืดที่สุดของการเมืองไทย (ด้วยแรงบันดาลใจของคุณสมบัติ บุญงามอนงค์ซึ่งนำพวกเรานับพันคนกลับไปผูกผ้าแดงที่ราชประสงค์ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งพี่น้องร่วมอุดมการณ์ของเราถูกสังหาร) กิจกรรมนี้มีเจตนาหลักเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น นั่นคือการปลุกใจให้คนไทยในต่างจังหวัดและชนบทได้ลุกขึ้นมาเพื่อสู้กับทรราชย์ผู้กดขี่ ข้อจำกัดของการทำกิจกรรมนี้คือการทำกิจกรรมในภาวะที่บ้านเมืองถูกปกครองด้วยกฏหมายเผด็จการ เช่น พรก.ฉุกเฉิน (Emergency Decree) ซึ่งการเคลื่อนไหวทางการเมืองทุกชนิดเป็นสิ่งต้องห้าม และการทำกิจกรรมถูกจับตาอย่างไกล้ชิดโดยทหารและสันติบาล ผมจึงได้ออกแบบกิจกรรมให้เป็นการปั่นจักรยานทางไกลเพื่อไปเยี่ยมเยือนผู้ได้รับผลกระทบในภาคอีสานซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีผู้สูญเสียมากที่สุด การปั่นจักรยานไม่ใช่เรื่องผิดกฏหมายไม่ว่าจะอยู่ในสถาการณ์ใด และการเดินทางด้วยการปั่นจักรยานทางไกลหลายๆพันกิโลเป็นเครื่องพิสูจน์เจตนาและความมุ่งมั่นของผู้ทำกิจกรรม การเยี่ยมเยียนผู้ได้รับผลกระทบและการมอบเงินบริจาคให้แก่ผู้สูญเสียเปรียบเสมือนความรักและความผูกพันของคนเสื้อแดง พวกเราไปปลอบขวัญพวกเขาให้หายหวาดกลัว พวกเราไปบอกเขาให้มีศรัทธาต่อประชาธิปไตย พวกเราเดินทางบอกเขาว่าอย่าสิ้นหวังกับการเรียกร้องสิ่งที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคน การต้อนรับและมิตรภาพที่พวกเราได้รับในแต่ละจังหวัดเป็นการสร้างรอยยิ้มและความหวังให้กับคนเสื้อแดงว่าจะกลับมาต่อสู้ร่วมกันอีกครั้ง ไม่ใช่เฉพาะคนเสื้อแดงในประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนเสื้อแดงในต่างประเทศ

นับจากนั้นเป็นต้นมา มีกิจกรรมอีกมากมายหลากหลายที่คนเสื้อแดงได้ช่วยกันสร้างขึ้นมา การทำกิจกรรมเปรียบเสมือนการส่งสัญญาณให้สังคมเห็นถึงความเคลื่อนไหวและเจตจำนงที่ไม่ยอมแพ้ พวกเขาได้เป็นหัวขบวนในการรณรงค์การเลือกตั้งให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล สิ่งที่พวกเขาได้รับขณะนี้คือความรู้สึกภาคภูมิใจจากชัยชนะ ชัยชนะที่ไม่ได้เป็นของคนเสื้อแดงเท่านั้น แต่หมายถึงชัยชนะของอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่มีต่อเผด็จการอำมาตย์ที่กดขี่คนไทยในรูปแบบเทวดาใส่ชฎามานานแสนนาน

คุณได้ตั้งคำถามว่าแล้วคนเสื้อแดงจะจดจำเรื่องขมขื่นเหล่านี้อีกนานไหม ธรรมชาติของคนไทยเป็นคนที่รักและให้อภัยกันเนื่องจากคนไทยนับถือศาสนาพุทธซึ่งเป็นศานาที่สอนให้คนมีเมตตาและให้อภัยต่อกัน แต่กรณีนี้ผมมีความมั่นใจที่จะตอบแทนพวกเขาได้ว่าตราบใดก็ตามที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสังหารประชาชนยังไม่ถูกดำเนินคดีคนเสื้อแดงจะไม่มีวันหยุด พวกเขาจะเดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้ที่เสียชีวิตรวมถึงญาติพี่น้องของเขา และหากรัฐบาลที่เขาเลือกมาไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเขา ผมเชื่อว่าคนเสื้อแดงจะหาทางทวงความยุติธรรมให้กับเพื่อนของเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง .. พวกเขาจะหยุดก็ต่อเมื่อพวกเขารู้สึกว่าพวกเขาได้รับความยุติธรรมแล้วเท่านั้น จริงอยู่ที่ขณะนี้รัฐบาลได้มอบหมายหน้าที่นี้ให้กับคอป. (คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้่นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ) แต่ผมไม่คิดว่าลำพังการเยียวยาด้วยเงินเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถคืนความยุติธรรมให้กับผู้สูญเสียเหล่านั้นได้

สำหรับกิจกรรมเส้นทางสีแดงเพื่อสันติภาพที่จะเดินทางไปกัมพูชาเป็นประเทศแรกในอาเซียนนั้น เนื่องจากกัมพูชาและไทยเป็นประเทศที่ไกล้ชิดและมีความสัมพันธ์กันมากที่สุด และความสัมพันธ์ของสองประเทศนี้ได้ร้าวฉานอย่างหนักนับจากรัฐบาลเผด็จการได้ก้าวมาบริหารประเทศ ก่อนหน้าที่รัฐบาลนี้จะเข้ามาบริหารประเทศไฟสงครามได้ถูกจุดขึ้นโดยกลุ่มคนเสื้อเหลืองคลั่งชาติที่นิยมสงครามจากประเด็นข้อพิพาทชายแดนและเขาพระวิหาร กิจกรรมเส้นทางสีแดงเพื่อสันติภาพจะเดินทางเข้าไปยังเขาพระวิหารซึ่งเป็นบริเวณที่เป็นข้อพิพาท พวกเราจะเดินทางขึ้นไปพร้อมกับธงชาติไทยและจะข้ามชายแดนไปฝั่งกัมพูชาจากเขาพระวิหาร เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางเข้้าประเทศโดยเปิดเผยและแบบฉันมิตร จากนั้นพวกเราจะปั่นจักรยานผ่านจังหวัดสำคัญๆ เช่น เสียมเรียบ ศรีโสภณ พระตะบอง โพธิสัตว์ กัมปงจาม และกรุงพนมเปญในที่สุด ตลอดเส้นทางที่พวกเราจะเดินทางผ่าน พวกเราจะแวะทำกิจกรรมตามจุดที่กำหนด โดยเฉพาะการไปเยี่ยมทุ่งสังหาร (Killing Field) และพิพิธภัณฑ์ตวลชเลง (Genocide Museum) ซึ่งพวกเราจะเผยแพร่กิจกรรมนี้กลับเข้ามาประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตือนสติคนในสังคมไทยว่าหากยังไม่ยุติความขัดแย้งในอีกไม่ช้าลูกหลานของเราจะรับมรดกความเกลียดชังและลุกขึ้นมาเข่นฆ่ากันเองเช่นที่เคยเกิดขึ้นในกัมพูช

วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2557

คนเสื้อแดงแบ่งได้กี่กลุ่ม? (Red Shirt Classifications) :

คนเสื้อแดงแบ่งได้กี่กลุ่ม? (Red Shirt Classifications) :
สำหรับคนที่ไม่ใช่คนเสื้อแดงอาจสับสนว่าคนเสื้อแดงมีกี่กลุ่มกันแน่ อะไรคือความเหมือนและอะไรคือความแตกต่าง ผมมีเพื่อนเสื้อเหลืองซึ่งมาขอคำแนะนำและขอให้ผมโพสเป็นกระทู้สำหรับผู้สนใจ จากข้อมูลในการทำกิจกรรมและอยู่ในวงการเสื้อแดงมาหลายปี ผมคิดว่าคนเสื้อแดงสามารถแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ดังนี้
กลุ่มที่ 1. "กลุ่ม นปช"ได้แก่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือนปช. (United Front of Democracy Against Dictatorship : UDD) 
กลุ่มนี้เป็นองค์กรที่ได้รับการสนับสนุนจากคุณทักษิณเพื่อสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เป้าหมายหลักคือการต่อต้านรัฐประหารและเผด็จการซ่อนรูป มวลชนส่วนใหญ่เป็นคนชนชท ชาวไร่ชาวนา เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน หรือที่เรียกว่าชาวบ้านรากหญ้า (Grassroots) กลุ่มนี้มีจำนวนหลายล้านคนทั้งในและต่างประเทศ
กลุ่มที่2 "แดงก้าวหน้า" ได้แก่กลุ่มที่ต้องการประชาธิปไตยเต็มรูป
เช่นเดียวกับประเทศอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมัน
และอีกหลายประเทศที่ประชาธิปไตยพัฒนาจนไปถึงมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ นักเคลื่อนไหวที่เป็นที่รู้จักของกลุ่มนี้เช่น คุณจักรภาพ เพ็ญแข อ.ใจ อึ้งภากรณ์ อ.สุรชัย แซ่ด่าน เป็นต้น เรียกกลุ่มนี้ว่า "แดงก้าวหน้า"
กลุ่มที่3. กลุ่ม "แดงรักษ์สถาบัน"ได้แก่กลุ่มที่ต้องการเห็นประเทศไทยมีประชาธิปไตยภายใต้ระบอบกษัตริย์
นื่องจากเห็นว่ารากฐานสังคมไทยเหมาะสมกับการปกครองรูปแบบนี้ แต่มีเงื่อนไขว่ากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์จะต้งดำรงตนต้องอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ ไม่ยุ่งเกี่ยวแทรกแทรงการบริหารแผ่นดินโดยเปิดเผยหรือผ่านตัวแทนเพื่อป้องกันมิให้ข้าราชบริพารแอบอ้างหาประโยชน์ เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น ที่สถาบันกษัตริย์เป็นเพียงสัญลักษณ์และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในประเทศ
กลุ่มที่ 4ได้แก่กลุ่มนักกิจกรรม ซึ่งเคลื่อนไหวอิสระไม่ผูกพันกับกลุ่มใด กลุ่มนี้เคลื่อนไหวเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับมวลชนให้กล้าแสดงออกและพัฒนาศักยภาพของมวลชน เช่น 
  • กลุ่มกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ของบก.ลายจุด (กลุ่มวันอาทิตย์สีแดง) 
  • กลุ่มกิจกรรมเพื่อมนุษยธรรม (กลุ่มเส้นทางสีแดง) เป็นต้น

กลุ่มที่ 5 ได้แก่กลุ่มนักวิการที่สนับสนุนประชาธิปไตยเผยแพร่ความรู้ด้านวิชาการโดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงกับพรรคการเมืองหรือกลุ่มผลประโยชน์ใด เช่น กลุ่มนิติราษฏร์ อ.ตุ้ม อ.หวาน อ.สมศักดิ์ เป็นต้น

หวังว่ากระทู้นี้จะทำให้คนเสื้อเหลืองหรือผู้ที่ไม่มีสีเสื้อได้เข้าใจคนเสื้อแดงมากขึ้นว่าคนเสื้อแดงมีหลากหลายประเภท และการกระทำของกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดก็มิได้ผูกพันกับกลุ่มอื่นเสมอไป สิ่งที่เหมือนกันของแดงทุกกลุ่มค้อต้องการเห็นสังคมที่เป็นประชาธิปไตย มีความยุติธรรมมาตรฐานเดียว ผู้คนมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกและพูดความจริงโดยเสมอกัน

เขียนโดย: 
ฟอร์ด เส้นทางสีแดง