วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2555

บันทึกเส้นทางสีแดงเพื่อสันติภาพ (ตอน 33)


11 October 2012 at 15:25
33. โตนเลสาป  วัดบันนอน เมืองพระตะบอง

เช้าวันที่ 7 กพ. พวกเรารับประทานอาหารเช้าในโรงแรม City Angkor ผมใช้เวลา 10 นาทีโพสภาพที่ถ่ายจากนครธมนครวัดลงเฟซบุ้คจากล็อบบี้ของโรงแรม จากนั้นพวกเราได้ปั่นจักรยานชมเมืองเสียมเรียบ โปรแกรมในวันนี้คือการไปเยี่ยมชมโตนเลสาปซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศกัมพูชา
 นางรำอัปสรายืนให้ถ่ายภาพหลังการแสดง
โตนเลสาปเป็นทะเลสาปน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ประมาณ 7,500 ตารางกิโลเมตร (ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ ประมาณ 7 เท่า) ตั้งอยู่ตรงกลางของประเทศ ทะเลสาปขนาดยักษ์นี้เกิดจากแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านกัมพูชาครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดได้แก่ กำปงธม กำปงชนัง โพธิสัตว์ พระตะบอง และเสียมราฐ โตนเลสาปมีปลาน้ำจืดกว่า 300 ชนิด ทำให้มีชาวกัมพูชารวมถึงชาวเวียดนามอพยประกอบอาชีพประมงรอบทะเลสาปจำนวนมาก

พวกเราปั่นจักรยานจากตัวเมืองเสียมเรียบมุ่งหน้าไปโตนเลสาปซึ่งอยู่นอกเมือง ระยะทางประมาณ 15 กม. วันนั้นมีทักท่องเที่ยวไม่มากนัก นานๆจะเห็นรถตุ๊กๆพานักท่องเที่ยวต่างชาติสวนมา เมื่อเข้าไกล้โตนเลสาปก็จะได้กลิ่นคาวปลาซึ่งเกิดจากการทำประมงพื้นบ้าน เมื่อถึงบริเวณโตนเลสาปก็พบกับด่านรักษาความปลอดภัยซึ่งนักท่องเที่ยวต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมซึ่งรวมค่าลงเรือชมทะเลสาปแล้ว

พวกเราลงเรือขนาดเล็กล่องชมทะเลสาปที่กว้างสุดลุกหูลูกตา ผ่านหมู่บ้านชาวประมงชาวเวียดนามซึ่งน่าจะอพยพหนีภัยสงครามกลางเมืองมาเมื่อหลายสิบปีก่อน มีโบสถ์ของศาสนาคริสต์และสถานีอนามัยตั้งอยู่กลางน้ำ เรือใช้เวลาประมาณ 1 ชม.ถึงแพกลางทะเลสาปซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนของนักท่องเที่ยว บนแพมีร้านอาหารและจำหน่ายสินค้าที่ระลึก มีเด็กๆชาวกัมพูชาถือลูกงูหลามขนาดเล็กมาให้นักท่องเที่ยวถ่ายรุปเพื่อแลกกับเงินทิปเล็กๆน้อยๆ

พวกเรากลับจากโตนเลสาปประมาณเที่ยงวัน ปั่นจักรยานเข้าไปในเมืองเสียมเรียบและทานอาหารในย่านไกล้กับ Pub Street ซึ่งเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้รับประทานอาหารที่ร้านเล็กๆแห่งหนึ่งที่เจ้าของร้านพูดภาษาไทยได้ เธอเล่าว่าทำงานที่เกาะกงหลายปี เธอรู้จักคนเสื้อแดงเป็นอย่างดี เธอเล่าว่าในสายตาของชาวกัมพูชา "คนเสื้อแดงเป็นคนดี และเป็นคนเสียสละเพื่อประเทศชาติ โดยเฉพาะคนที่ตายจากการสู้กับทหาร" เธอพูดด้วยสำเนียงแปร่งๆแต่ความหมายของคำพูดทำให้ผมได้เข้าใจมุมมองของเพื่อนบ้านที่มีต่อคนเสื้อแดงมากขึ้น

บ่ายวันนั้นพวกเรากลับโรงแรมเพื่อพักผ่อนร่างกายจากการตรากตรำปั่นจักรยานร่วมสองพันกิโล ช่วงเย็นคุณนพดลได้พาคณะปั่นจักรยานไปทานอาหารบุฟเฟต์ชื่อร้าน เฮง บา จก ซึ่งอยุ่ไม่ไกลจากโรงแรม City Angkor เป็นร้านอาหารเปิดใหม่ที่มีเจ้าของเป็นคนไทย ร้านอาหารตกแต่งสวยงามและอาหารมีรสชาดดีมาก พนักงานยิ้มแย้มและมีท่าทีที่ดีใจมากที่ได้มีโอกาสต้อนรับคนเสื้อแดงจากเมืองไทย

ผมได้มีโอกาสชมนาฏศิลป์ของกัมพูชาเป็นครั้งแรกในชีวิต พบว่ามีความคล้ายคลึงกับนาฏศิลป์ไทยมากโดยเฉพาะการร่ายรำ การแต่งกาย และเสียงดนตรี มีการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ตอนมัจฉานุและนางสุพรรณมัจฉา การแสดงบางชุดนางรำแต่งกายคล้ายกับอัปสราที่เห็นในระเบียงนครวัด มีการแสดงโชว์ในชุดรำเกี่ยวข้าว รำอวยพร ฯลฯ การได้มีโอกาสชมการแสดงอย่างไกล้ชิดทำให้ผมเกิดความประทับใจในศิลปวัฒนธรรมของกัมพูชามาก มารู้ภายหลังว่านักแสดงส่วนใหญ่เป็นเด็กกำพร้าที่พ่อแม่เสียชีวิตระหว่างสงครามกลางเมือง

เช้าวันที่ 8 กพ. พวกเราออกจากโรงแรม City Angkor ได้ร่ำลากับคุณวิชัยผู้จัดการโรงแรม จากนั้นคุณนพดลได้ให้รถไปส่งที่เมืองพระตะบอง เนื่องจากถนนจากเสียมเรียบไปศรีโสภณค่อนข้างอันตราย พวกเราใช้เวลาไม่เกิน 2 ชม.ถึงเมืองศรีโสภณ นักปั่นจากชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพที่มาปั่นด้วยจากอุบลได้ขอแยกตัวกลับเมืองไทย ทำให้เหลือนักปั่นเพียง 4 คนที่จะเดินทางไปจนถึงพนมเปญ

หลังจากถ่ายรูปกับรุปปั้นพระวิษณุที่ตั้งอยู่กลางเมือง ชาวบ้านที่มาสนทนากับพวกเราได้แนะนำให้ไปเยี่ยมวัดบันนอน (Banon Temple) ซึ่งเป็นวัดที่สร้างในสมัยเดียวกับนครธม นครวัด เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนภูเขา และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองพระตะบอง จากวงเวียนรูปปั้นพระวิษณุที่ตั้งอยู่กลางเมือง จะมีทางแยกซ้ายมือมุ่งตรงไปวัดบันนอน ระยะทางประมาณ 30 กม.

พวกเราใช้เวลาประมาณ 90 นาทีถึงวัดบันนอน ผมเริ่มสังเกตุว่าอากาศในกัมพูชาน่าจะร้อนกว่าเมืองไทย เมื่อถึงวัดบันนอนได้แวะดื่มน้ำและสนทนากับแม่ค้าที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี ผมบอกกับเธอว่าพวกเราเดินทางมาจากเมืองไทยเพื่อไปพนมเปญ เธอได้ถามความรู้สึกของผมในฐานะคนเสื้อแดงที่มีต่อประเทศของเธอ ผมบอกเธอว่า กัมพูชามีภาษาและเพลงที่ไพเราะมาก และหญิงกัมพุชามีรอยยิ้มที่เปิดเผยและมีเสน่ห์ ภาพที่ผมถ่ายกับเธอเป็นที่ระลึกคงจะบอกได้ดีว่าการพูดในสิ่งที่ดีๆของประเทศผู้อื่นจะนำมาซึ่งมิตรภาพที่เปิดกว้าง

พวกเราต้องเดินขึ้นวัดบันนอนซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาสูง เมื่อเดินขึ้นไปถึงด้านบนจะเห็นวัดบันนอนบนซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างสมัยโบราณ มีหญิงชรานัยตาฝ้าฟางคอยบริการธูปเทียนให้กับนักท่องเที่ยว ภายในเจดีย์มีพระพุทธรูปทรงนาคปรกภายใน พวกเราไหว้พระขอพร และใช้เวลานั่งสมาธิหรืออยู่กับตัวเองเงียบๆประมาณ 30 นาที จากนั้นเดินทางกลับ

ขากลับจากวัดบันนอน พวกเราพบชาวเขมรคนหนึ่งที่ขี่มอเตอร์ไซด์ตามพวกเรามา เขาส่งเสียงทักทายเราเป็นภาษาไทยแปร่งๆและเชิญให้เราไปแวะที่บ้าน เขาบอกว่าชื่อ "เวน" เคยทำงานก่อสร้างที่เมืองไทยหลายปี บ้านของเขาเป็นบรรยากาศชนบทแท้ๆของกัมพูชา เมื่อตอนทีไปถึง ครอบครัวของเขาและเพื่อนบ้านกำลังรับประทานอาหารใต้ต้นตาลพร้อมกับสุราพื้นบ้าน ผมส่งภาษามือถามว่าพวกเขากำลังดื่มอะไร พวกเขายิ้มและชี้มือมาที่ต้นตาล ผมเดาว่าน่าจะเป็น "น้ำตาลเมา" แบบกัมพูชา หลังจากทักทายกันสักครู่พวกเราได้ร่ำลากัน ก่อนจากได้ถ่ายภาพและคลิปเป็นที่ระลึก จากนั้นได้ปั่นจักรยานกลับเมืองพระตะบอง เข้าพักที่โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง

นับจากนี้ไปการเดินทางการเดินทางของเส้นทางสีแดงในกัมพูชาจะเป็นไปโดยลำพัง ไม่มีใครที่พวกเรารู้จัก มีผมและรอ.ปรีชา 2 คนเท่านั้นที่สามารถสื่อสารกับชาวกัมพูชาด้วยภาษาอังกฤษ ภารกิจจากนี้ไปคือการเดินทางเข้าสู่พนมเปญตามที่กำหนด โดยจะต้องผ่านเมืองโพธิสัตว์ (Pousat) 104 กม. กัมปงชนัง (Kampong Chhang) 96 กม. และพนมเปญ (Phnom Penh) 91 กม.ในวันที่ 11 กพ. 2555 !


มิตรภาพระหว่างหนุ่มเสื้อแดง และแม่ค้าชาวเขมร
มิตรภาพระหว่างหนุ่มเสื้อแดง และแม่ค้าชาวเขมร




นั่งเรือชมโตนเลสาป
นั่งเรือชมโตนเลสาป


เด็กน้อยชาวกัมพูชาบนแพกลางโตนเลสาป
เด็กน้อยชาวกัมพูชาบนแพกลางโตนเลสาป


หญิงชาวกัมพูชาที่เล่าเรื่องคนเสื้อแดงในสายตาคนกัมพูชา
หญิงชาวกัมพูชาที่เล่าเรื่องคนเสื้อแดงในสายตาคนกัมพูชา


นางสุพรรณมัจฉาและการร่ายรำ
นางสุพรรณมัจฉาและการร่ายรำ


การแสดงชุดรำอวยพร คล้ายคลึงกับนาฏศิลป์ไทยแทบจะแยกไม่ออก
การแสดงชุดรำอวยพร คล้ายคลึงกับนาฏศิลป์ไทยแทบจะแยกไม่ออก



นางรำอัปสรายืนให้ถ่ายภาพหลังการแสดง


ถ่ายกับเจ้าของร้านและพนักงานของร้านอาหาร เฮง บา จก
ถ่ายกับเจ้าของร้านและพนักงานของร้านอาหาร เฮง บา จก


ถ่ายกับรูปปั้นพรหมสี่หน้า เมืองศรีโสภณ
ถ่ายกับรูปปั้นพรหมสี่หน้า เมืองศรีโสภณ


โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษที่เห็นทั่วไปในกัมพูชา
โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษที่เห็นทั่วไปในกัมพูชา


รูปปั้นพระนารายณ์กลางเมืองพระตะบอง
รูปปั้นพระนารายณ์กลางเมืองพระตะบอง


ทางขึ้นวัดบันนอน (Banon Tempel)
ทางขึ้นวัดบันนอน (Banon Tempel)


ไหว้สักการะพระพุทธรูปด้านใน
ไหว้สักการะพระพุทธรูปด้านใน


รูปปั้นเทวรูปบนวัดบันนอน
รูปปั้นเทวรูปบนวัดบันนอน




หน้าพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ วัดบันนอน
หน้าพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ วัดบันนอน


เยี่ยมครอบครัวชาวกัมพูชาที่เจ้าบ้านเคยทำงานที่เมืองไทย
เยี่ยมครอบครัวชาวกัมพูชาที่เจ้าบ้านเคยทำงานที่เมืองไทย

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

บันทึกเส้นทางสีแดงเพื่อสันติภาพ (ตอน 32)


3 October 2012 at 15:41
32. เข้ากัมพูชา เยือนนครธม นครวัด

พวกเราเสร็จสิ้นภารกิจเส้นทางสีแดงเพื่อสันติภาพในประเทศไทยแต่เพียงเท่านี้ รวมระยะเวลาที่ทำกิจกรรมในเมืองไทย 28 วัน ระยะทาง 2,057 กม. คืนนั้นพวกเราได้รับเกียรติจากสส.ธีระพาไปเลี้ยงอาหารเย็นที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งในอ.กันทรลักษณ์ และเปิดห้องพักที่รีสอร์ทเล็กๆแห่งหนึ่งไกล้ชายแดน มีกลิ่นหอมแปลกๆของไร่มันสำปะหลังกระจายทั่วรีสอร์ท
 นักปั่นเส้นทางสีแดงที่ปราสาทตาพรหม ปกคลุมด้วยรากต้นไม้สำโรงที่มีอายุหลายร้อยปี
เช้าวันที่ 5 กพ.2555 พวกเราได้ปั่นจักรยานจากอ.ขุนหาญไปด่านช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ขบวนจักรยานเส้นทางสีแดงได้แวะให้กำลังใจพี่น้องเสื้อแดงภูสิงห์ที่บ้านของวีรชนที่เสียชีวิต มีภรรยาหม้ายของวีรชน 2 รายมารอพบ หนึ่งในนั้นเป็นคุณป้าคนหนึ่งที่เสียสามีวัย 60 ปี คุณป้าบอกกับผมทั้งน้ำตาต่อหน้าชาวบ้านว่า หากได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลจริงจะนำเงินไปซื้อรถกระบะ 1 คันและมอบให้กับคนเสื้อแดงในภูสิงห์เพื่อใช้ในการเดินทางมาชุมนุม สำหรับผม คำๆนี้ีความหมายลึกซึ้ง ความหมายจริงๆของคุณป้าท่านนี้หมายถึงคนเสื้อแดงจะสู้ไม่ว่าเป็นหรือตาย ถึงตายเป็นผีก็จะนำเงินมอบให้กับคนเป็นได้ต่อสู้ต่อไปจนกว่าจะได้รับความยุติธรรมและประชาธิปไตย 

หลังจากถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก พวกเราได้ปั่นจักรยานต่อไปยังด่านช่องสะงำเพื่อรอข้ามแดนในเวลา 8.00 น. เป็นโชคดีของพวกเราที่มีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ชื่นชอบอุดมการณ์ของคนเสื้อแดงคอยอำนวยความสะดวก นอกจากนี้สิ่งที่ผมจะไม่มีวันลืมเลยคือการที่ตำรวจท่านนี้ได้มอบเงินสนับสนุนการเดินทางให้เส้นทางสีแดงจำนวน 3,000 บาท (กลุ่มเส้นทางสีแดงได้มอบเงินบริจาคทั้งหมดที่มีอยู่ให้กับครอบครัวของผู้สูญเสียที่ศรีสะเกษและไม่ได้กันเงินสำหรับการเดินทางเข้ากัมพูชาแม้แต่น้อย) ตำรวจท่านนี้ชื่อคุณประวัติ ซึ่งได้ให้ความอนุเคราะห์เส้นทางสีแดงในยามขัดสน

ก่อนข้ามด่าน คุณแอ๊วซึ่งเป็นแกนนำชาวบ้านที่ศรีสะเกษและสามีได้มาส่งถึงด่าน จากนั้นคุณนพดลซึ่งเป็นคนไทยที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่เสียมเรียบได้เดินทางมารับที่ด่านช่องสะงำ ถนนที่ด่านช่องสะงำในปีนั้นยังเป็นถนนดินแดง ขณะที่เดินผ่านด่านพวกเรารู้สึกแปลกๆ บรรยากาศเหมือนกับย้อนยุคหนังไทยเมื่อ 30 ปีก่อน การเดินทางเข้ากัมพูชาต้องใช้พาสปอร์ท แต่ไม่ต้องใช้วีซ่า

คุณนพดลเป็นชาวอำเภอภูสิงห์ที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยวในกัมพูชามานาน คุณนพดลนำรถยนต์มารับพวกเราในการเดินทางเข้าเสียมเรียบ ระยะทางประมาณ 150 กม. ถนนจากช่องสะงำไปเสียมเรียบไม่ค่อยดีนัก ประกอบกับการที่ชาวกัมพูชาขับรถชิดขวาและใช้ความเร็วสูงทำให้พวกเราต้องโหลดรถจักรยานทั้งหมดขึ้นรถยนต์และมุ่งหน้าไปเสียมเรียบ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ได้เข้าพักที่โรงแรม City Angkor ซึ่งเป็นโรงแรม 4 ดาวโดยความเอื้อเฟื้อของคุณนพดลและคุณวิชัยผู้จัดการโรงแรมซึ่งเป็นชาวไทย หลังจากเช็คอินแล้ว คุณนดลได้นำรถยนต์พาพวกเราชมเมืองเสียมเรียบ และผ่านรอบนอกของนครธมนครวัด ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสเห็นนครธม นครวัดในระยะไกลแต่ความรู้สึกแรกเห็นตื่นตาตื่นใจยิ่ง หลังจากนั้นได้ไปไหว้องค์เจกองค์จอม พระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของเสียมเรียบ

เย็นวันนั้นคุณนพดลได้พาพวกเราไปทานอาหารเย็นที่บ้านในเสียมเรียบ มีไกด์ซึ่งพูดได้ทั้งไทยและกัมพูชามาทานด้วยหลายคน คุณนพดลได้ให้ข้อมูลการทำกิจกรรมในกัมพูชา คืนนั้นพวกเราเข้านอนค่อนข้างเร็วเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมในการเยี่ยมชมนครธม นครวัด หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในวันรุ่งขึ้น

เช้าวันถัดมาพวกเราปั่นจักรยานเข้านครธม นครวัด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม City Angkor เป็นที่น่าสังเกตุว่าเวลาขบวนปั่นจักรยานเส้นทางสีแดงผ่านไปที่ใดจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนชาวกัมพูชานั้นเป็นที่น่าสังเกตุว่ามีท่าทีที่เป็นมิตรกับคนเสื้อแดงมาก ไม่ต่างจากคำบอกเล่าที่ผมเคยได้ยินมา ว่าคนเสื้อแดงเกือบทั้งประเทศชอบคนเสื้อแดงและนายกทักษิณ ตอนที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งชาวกัมพูชาเฮกันทั้งประเทศ ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจากการลงมาทำกิจกรรมที่เขาพระวิหารและในกัมพูชา ทำให้เริ่มมองเห็นภาพว่าพรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่ส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวกับเพื่อนบ้านโดยเฉพาะชาวกัมพูชามากกว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ก่อสงครามชายแดน ร้านค้าร้านอาหารหรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวของกัมพูชาซบเซามาก ส่งผลกระทบต่อรายได้และการจ้างงานของชาวกัมพูชาเป็นทอดๆ

ใครที่ได้เดินทางมาชมนครธม นครวัดครั้งแรกจะตื่นตาตื่นใจมาก การเดินชมนครธมนครวัดเป็นเสมือนภาพแห่งความฝัน ชวนให้จินตนาการถึงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรขอมโบราณ นครวัดเป็นศาสนสถานที่สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ในราวต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 เดิมเป็นศาสนาสถานของศาสนาฮินดูเพื่อสร้างถวายแด่พระวิษณุ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นศาสนาพุทธ ตัวปราสาทนครวัดมีขนาด 200,000 ตรม. สูง 60 ม.กว้าง 80 ม. ยาว 80 ม. มีการวางแผนผังที่ถือกันว่ามีวิวัฒนาการสุดยอดของคนสมัยโบราณ ใช้หินกว่า 600,000 ตร. ใช้ช้างกว่า 40,000 เชือกและแรงงานนนับแสนในการขนหินจากเทือกเขาพนมกุเลนที่ห่างออกไปกว่า 50 กม. ภาพและคลิปของรูปปั้นพระวิษณุหรือพระนารายณ์ที่ผมถ่ายด้วยตนเองทำให้รู้สึกถึงความอลังการ์ของอาณาจักขอมสมัยโบราณ เมื่อแรกเห็นผมเสมือนตกอยู่ในความฝัน

พวกเราใช้เวลาทั้งวันในการเที่ยวชมนครธมนครวัด และผมพยายามเก็บภาพให้ได้มากที่สุดเพื่อมาเผยแพร่ให้คนเสื้อแดงได้เกิดความประทับใจและอยากจะเดินทางไปเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต ภายในปี 2558 ประชาคมอาเซียนจะเกิดขึ้น และจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวของผู้คนของแต่ละประเทศเป็นไปอย่างง่ายดายและรวดเร็วเนื่องจากไม่ต้องใช้หนังสือเดินทาง ในฐานะอดีตหัวหน้าสาขาวิชาการท่องเที่ยวและอดีตอาจารย์รับเชิญของหลักสูตรปริญญาโทสาขาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผมมองเห็นศักยภาพและอนาคตทางด้านการท่องเที่ยวของเสียมเรียบว่าจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคต และการมาเยือนสถานที่ทางประวัติศาสตร์นี้จะทำให้คนไทยได้เข้าในอดีตและความสัมพันธ์ของสองประเทศมากขึ้น

เย็นวันนั้น มีงานเลี้ยงต้อนรับที่โรงแรม City Angkor โดยคุณวิชัยผู้จัดการโรงแรมได้จัดงานที่บริเวณหลังโรงแรม ไกล้บริเวณสระน้ำ สถานที่โอ่โถงและสวยงามมาก มีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้คและสไลด้สำหรับการทำ Presentation ผมได้มีโอกาสบรรยายสรุปกิจกรรมเส้นทางสีแดงเพื่อสันติภาพที่อีสาน บอกเล่าถึงความสูญเสียของแต่ละครอบครัว และการช่วยเหลือของเส้นทางสีแดง การบรรยายใช้เวลาประมาณ 40 นาที และเป็นการบรรยายสดจากภาพประกอบกิจกรรมนับร้อยที่ผมถ่ายตั้งแต่ออกเดินทาง ขณะที่บรรยายนั้น ผมเกิดความรู้สึกว่าจะทำอย่างไรที่จะให้สังคมไทยได้รับรู้เรื่องราวของผู้สญเสียที่กระจายอยู่ตามป่าเขาและชนบท เรื่องราวของนักสู้ชาวอีสานที่เสียสละเพื่อประชาธิปไตยสมควรที่จะได้รับการเผยแพร่มากกว่านี้เพื่อเป็นการยกย่องและเชิดชุเกียรติ


นักปั่นเส้นทางสีแดงที่ปราสาทตาพรหม ปกคลุมด้วยรากต้นไม้สำโรงที่มีอายุหลายร้อยปี


เยี่ยมบ้านวีรชน อ.ภูสิงห์ ก่อนเข้าด่านช่องสะงำ
เยี่ยมบ้านวีรชน อ.ภูสิงห์ ก่อนเข้าด่านช่องสะงำ


รับมอบเงินบริจาคจากคุณประวัติ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองช่องสะงำที่ชื่นชอบอุดมการณ์คนเสื้อแดง
รับมอบเงินบริจาคจากคุณประวัติ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองช่องสะงำที่ชื่นชอบอุดมการณ์คนเสื้อแดง


ถ่ายภาพหมู่ที่ด่านช่องสะงำ กับคุณแอ๊วและสามี คุณนพดล คุณประวัติ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และนักปั่นเส้นทางสีแดง
ถ่ายภาพหมู่ที่ด่านช่องสะงำ กับคุณแอ๊วและสามี คุณนพดล คุณประวัติ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และนักปั่นเส้นทางสีแดง


ไหว้องค์เจกองค์จอม พระคู่บ้านคู่เมืองเสียมเรียบ
ไหว้องค์เจกองค์จอม พระคู่บ้านคู่เมืองเสียมเรียบ


ถ่ายกับเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาก่อนเข้านครธม นครวัด
ถ่ายกับเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาก่อนเข้านครธม นครวัด


รูปปั้นพระวิษณุที่งดงามเหนือคำบรรยาย !
รูปปั้นพระวิษณุที่งดงามเหนือคำบรรยาย !


ทางเข้าปราสาทบายน ในนครธ นครวัด
ทางเข้าปราสาทบายน ในนครธ นครวัด


บนระเบียงปราสาทบายน มีรูปปั้นพรหม 4 หน้าที่สวยงามมาก
บนระเบียงปราสาทบายน มีรูปปั้นพรหม 4 หน้าที่สวยงามมาก




ภาพนางอัปสราตามระเบียง
ภาพนางอัปสราตามระเบียง


ทางเข้านครวัด ด้านหลังคือรูปปั้นพญานาคทอดยาวตามทางเดินเข้าปราสาท
ทางเข้านครวัด ด้านหลังคือรูปปั้นพญานาคทอดยาวตามทางเดินเข้าปราสาท


ซุ้มประตูทางเข้าปราสาทบายน
ซุ้มประตูทางเข้าปราสาทบายน


รถตุ๊กๆบริการนักท่องเที่ยวภายในนครธมนครวัด
รถตุ๊กๆบริการนักท่องเที่ยวภายในนครธมนครวัด


ภาพหมู่ที่โรงแรม City Angkor หลังการสังสรรค์และบรรยายสรุปกิจกรรม
ภาพหมู่ที่โรงแรม City Angkor หลังการสังสรรค์และบรรยายสรุปกิจกรรม
  • งุงิ งุ่มงาม เป็นกำลังใจให้ครับ
  • Rose Shinawatra ยินดีด้วยค่ะที่เดินทางสะดวกและปลอดภัย คราหน้าถ้ามีร่วมขบวนด้วยน๊า อิอิ
  • Michelle Maleeblue คณะเดินทางกับฟอร์ดเส้นทางสีแดง เป็นเส้นทางที่ใด้ถูกวางแผนเรื่องความสะดวกและความปลอดภัยเอาใว้เป็นอย่างดี ด้วยจุดประสงค์ที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ด้อยโอกาศอยู่ห่างไกลความเจริญและขาดการดูแลจากสังคม... นี่ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่ฟอร์ดเส้นทางสีแดงเลือกที่จ...See More
  • Nisachon Red สุดยอดไปเลยจ้าาพี่ฟอร์ด !! ชอบๆจ้า น้องนิจะติดตามตอนต่อไปนะจ๊ะ เอามาฝากกันอีกน๊าา จุฟ จุฟ
  • นู๋ญิ๋ง ลีกระจ่าง กิจกรรมบางครั้งอาจจะยากลำบาก...ขอเพียงแต่อย่าท้อ...มันก้อจะฟันฝ่าไปได้...เป็นกำลังใจให้ทุกกิจกรรมนะคะ...
  • ณัฐวืด แดง จืงคืง ช๊อบชอบโครงการแบบนี้อ่ะ ใส ซื่อ บริสุทธิ์ เสียสละ ไร้ผลประโยชน์แอบแฝง ชอบ ชอบ ชอบ ชอบที่ซู๊ดดดดดดดดด
  • Mam Prerunner เท่จังอะภาพนี้