วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556

บันทึกเส้นทางสีแดงสู่ประชาธิปไตย ตอนที่ 17


27 October 2013 at 03:15
17. ขึ้นด่านน้ำพาว ปั่นจักรยานบนยอดเขาสูงเสียดฟ้า

เช้าวันถัดมาพวกเราตื่นมาท่ามกลางสายหมอกที่ปกคลุมหมู่บ้านชาวข่าบนเทือกเขาแห่งนั้น พวกเราเห็นอย่างเต็มตาว่าหมู่บ้านที่พวกเราเดินทางมาถึงค่ำวานเป็นหมู่บ้านที่อยู่บนยอดเขา เป็นหมู่บ้านเล็กๆมีบ้านเรือนไม่ถึง 20 หลัง เด็กเล็กๆวิ่งมามุงดุคนแปลกหน้าที่ใส่เสื้อแดงสิบกว่าคนปั่นจักรยานมาจากเมืองไทยด้วยความตื่นเต้น ก่อนออกเดินทาง ผู้การผดุงมอบเงินให้กับนายบ้านเวียงจำนวน 300 บาทเพื่อตอบแทนน้ำใจ

หลังจากกลั้วคอด้วยน้ำดื่มพวกเราได้ออกปั่นจักรยานมุ่งหน้าเมืองหลักซาว ผ่านหมู่บ้านชาวเขาเล็กๆหลายแห่ง สภาพถนนดีกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งได้แวะถ่ายรูปกับชาวเขาที่ตั้งบ้านเรือนสองข้างทาง คนเฒ่าคนแก่ยังแต่งตัวแบบโบราณ คนหนุ่มสาวแต่งกายแบบสมัยนิยม หญิงสาวชาวลาวมีรอยยิ้มที่สดใส ผู้เฒ่าผู้แก่มีรอยยิ้มที่เป็นมิตร

บางครั้งเมื่อผ่านหมู่บ้านเล็กๆพวกเราจอดแวะพัก ทักทายกับเด็กๆชาวลาวที่มุงดูนักปั่นเสื้อแดงด้วยความสนใจ เด็กๆชาวลาวพูดภาษาลาวคล้ายๆภาษาไทยเหนือปนกับภาษาอีสาน ฟังเข้าใจกว่า 90% ผมแวะเก็บภาพน่ารักๆเหล่านี้ไว้เพื่อเผยแพร่ในอนาคต ภาพเหล่านี้จะแสดงให้คนรุ่นหลังได้เห็นว่าคนเสื้อแดงได้เผยแพร่ประชาธิปไตยอย่างไร

ช่วงบ่ายพวกเราผ่านเมืองหลักซาวและปั่นจักรยานไต่ขึ้นเขาเรื่อยๆมุ่งหน้าด่านน้ำพาว (Nampao Border) ซึ่งเป็นด่านข้ามพรมแดนลาว-เวียดนาม ภูเขาสูงชันขึ้นเรื่อยๆและอากาศก็ลดต่ำลงเช่นกัน พวกเราปั่นจักรยานไปบนถนนบนภูเขาที่แทบจะไม่มีรถผ่านไปมา อากาศหนาวจนต้องใส่ปลอกแขนกันหนาวขณะปั่นจักรยาน ลุงปรีชาและคุณชัชชัยต้องใส่เสื้อกันฝนปั่นจักรยานเพื่อป้องกันละอองน้ำ ข้อดีของอากาศหนาวคือทำให้ไม่ค่อยเหนื่อยช้า อารมณ์สดชื่น

ตั้งแต่ปั่นจักรยานเพื่อประชาธิปไตยผมไม่เคยรู้สึกสดชื่นเช่นนี้มาก่อน ผมถ่ายคลิปและนึกทบทวนในสิ่งที่ผมทำเพื่อประชาธิปไตยมาตลอดเกือบ 3 ปี ผมบอกกับตัวเองว่ามันคุ้มค่ากับการที่ได้เกิดมาในชีวิตหนึ่ง ขณะปั่นจักรยานผมสังเกตว่าบ้านของชาวบ้านที่นี่จะมีฟืนกองไว้นอกบ้าน นั่นพอจะคาดเดาได้ถึงอุณหภูมิยามค่ำคืน เป้าหมายของพวกเราในวันนี้คือจะต้องข้ามด่านน้ำพาวไปให้ได้

สองชั่วโมงสุดท้ายก่อนจะถึงด่านน้ำพาวอากาศลดต่ำลงมาก และมีลมแรงจัด ต้องจอดพักเหนื่อยบ่อยขึ้นเพราะออกซิเจนเริ่มลดลง ขณะที่พักเหนื่อยจะเห็นละอองน้ำเคลื่อนตัวผ่านศีรษะสูงขึ้นไปไม่กี่เมตร นั่นคือละอองน้ำจากเมฆหากมองจากด้านล่าง

ใครคนหนึ่งของพวกเราพูดว่า “เส้นทางสีแดงกำลังปั่นจักรยานอยู่บนฟ้า ผ่านก้อนเมฆบนยอดเขา คงไม่มีใครอีกแล้วที่เผยแพร่ประชาธิปไตยได้ไกลขนาดนี้”


ถ่ายกับชาวเขา ชนกลุ่มน้อยในเมืองหลักซาว แขวงคำม่วน สปป.ลาว
ถ่ายกับชาวเขา ชนกลุ่มน้อยในเมืองหลักซาว แขวงคำม่วน สปป.ลาว


ป้ายเตือน "ระวังเด็กน้อย"
ป้ายเตือน "ระวังเด็กน้อย"


ทัศนียภาพบนภูเขาสูงของแขวงคำม่วน สปป.ลาว
ทัศนียภาพบนภูเขาสูงของแขวงคำม่วน สปป.ลาว


ถ่ายกับเด็กนักเรียนชาวลาว ทางไปด่านน้ำพาว
ถ่ายกับเด็กนักเรียนชาวลาว ทางไปด่านน้ำพาว


เด็กคนนี้ชื่อดญ.หน่อย เพื่อนเรียก 'อีน่อย' แววตาฉลาดและน่ารักที่สุด
เด็กคนนี้ชื่อดญ.หน่อย เพื่อนเรียก 'อีน่อย' แววตาฉลาดและน่ารักที่สุด


ถ่ายกับเด็กๆชาวลาว ภาพสวยที่สุดของกิจกรรมนี้
ถ่ายกับเด็กๆชาวลาว ภาพสวยที่สุดของกิจกรรมนี้


ภาพนี้เหมือนความฝัน ลำธารเล็กๆ ไหลมาจากเทือกเขาที่มีทะเลหมอกอยู่ข้างหน้า
ภาพนี้เหมือนความฝัน ลำธารเล็กๆ ไหลมาจากเทือกเขาที่มีทะเลหมอกอยู่ข้างหน้า


ผู้การผดุง นายทหารประชาธิปไตยของเส้นทางสีแดง
ผู้การผดุง นายทหารประชาธิปไตยของเส้นทางสีแดง


คุณชัชชัย เสรีชนจากรุงเทพ
คุณชัชชัย เสรีชนจากรุงเทพ


บ้านที่ต้องมีกองฟืนเตรียมไว้ทุกหลัง ขณะปั่นจักรยานไต่เขาขึ้นด่านน้ำพาว
บ้านที่ต้องมีกองฟืนเตรียมไว้ทุกหลัง ขณะปั่นจักรยานไต่เขาขึ้นด่านน้ำพาว


ป้ายก่อนถึงด่านน้ำพาว 6 กม.
ป้ายก่อนถึงด่านน้ำพาว 6 กม.


ลุงคนึงอดีตตำรวจจากสกลนคร รอ.ปรีชา อดีตกัปตันการบินไทย
ลุงคนึงอดีตตำรวจจากสกลนคร รอ.ปรีชา อดีตกัปตันการบินไทย


จอดแวะปะยางก่อนถึงด่านน้ำพาว 5 กม.
จอดแวะปะยางก่อนถึงด่านน้ำพาว 5 กม.


ถ่ายเวลาบ่าย 4 กลางป่าบนภูเขาสูงไกล้ชายแดนลาว-เวียดนาม ละอองน้ำด้านหลังคือเมฆที่เคลื่อนผ่าตัวในรูปละอองน้ำ
ถ่ายเวลาบ่าย 4 กลางป่าบนภูเขาสูงไกล้ชายแดนลาว-เวียดนาม ละอองน้ำด้านหลังคือเมฆที่เคลื่อนผ่าตัวในรูปละอองน้ำ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น