วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556
บันทึกเส้นทางสีแดงสู่ประชาธิปไตย
บันทึกเส้นทางสีแดงสู่ประชาธิปไตย
ตอนที่ 7
บันทึกเส้นทางสีแดงสู่ประชาธิปไตย (ตอนที่ 13)
13. จักรยานหายที่ปากคาด
ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาในเวลาเช้ามืด หูได้ยินเสียงคนคุยกันพึมพำๆ มีเสียงคนพูดว่า "สงสัยมันจะเข้ามาเอาไปตอนตี 4 หายไปสองคัน ฯลฯ" ผมงัวเงียเปิดโทรศัพท์เพื่อดูเวลาพบว่าเป็นเวลาประมาณ 04.30 น. เมื่อนอนฟังอยู่สักพักจึงจับใจความได้ว่ามีจักรยานหายไปสองคัน จึงได้รีบลุกออกมาจากเตนท์
อากาศข้างนอกหนาวเย็น มีหมอกลงจางๆ ผมเห็นสมาชิกจับกลุ่มคุยกันอยู่นอกศาลา เมื่อเดินไปสมทบสมาชิกจึงแจ้งว่ามีจักรยานหายไป 2 คัน สำรวจดูแล้วพบว่าเป็นจักรยานของผมและของคุณชัชชัยซึ่งเป็นนักปั่นใหม่จากกรุงเทพ เมื่อสอบถามกันจึงพบว่าทั้ง 2 คันไม่ได้ล้อคโซ่ไว้ คันของคุณชัชใช้เชือกมัดติดกับศาลาริมแม่น้ำโขง ส่วนคันของผมจอดอยู่ติดกับเตนท์ คันของผมเป็นจักรยานเสือภูเขาราคาไม่ถึงหมื่น ส่วนของคุณชัชชัยเป็นจักรยานทัวริ่งยี่ห้อ Merida ราคาสองหมื่นกว่าบาท
ผมเดินไปที่หน้าศาลาตรงทางขึ้นลงพบว่าเสธดำกำลังนอนกรนอยู่ จึงได้ทำการปลุกขึ้นมา พร้อมกับช่วยกันเดินสำรวจรอบบริเวณ พบว่ามีเสาธง ธงชาติไทย ธงอาเซียน และธงของประเทศที่เราจะไปเยือนคือลาว เวียดนาม และกัมพูชาตกอยู่บริเวณไกล้เคียง
พวกเราโทรไปแจ้งตำรวจท้องที่ซึ่งมาถึงในเวลาเช้าตรู่ เมื่อสอบปากคำพวกเราแล้ว จึงสันนิฐานว่าคนร้ายอาศัยช่วงที่ทุกคนหลับด้วยความอ่อนเพลีย ขี่จักรยานคันเล็กๆมาจอดที่หน้าศาลา และคงจะย่องไปจูงจักรยานที่ไม่ได้ล้อคโซ่ออกไปจากบริเวณนั้น ทำการปลดธงต่างๆบนรถจักรยานเพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตา จากนั้นก็ขี่ออกไปจากสถานที่เกิดเหตุ
ตำรวจสันนิฐานว่าน่าจะเป็นฝีมือของเด็กวัยรุ่นที่ติดยาเสพติดในละแวกไกล้เคียงจึงได้รีบออกตามหา แต่ปัญหาเฉพาะหน้าของเราก็คือจะทำอย่างไรกับจักรยานคันที่หายไป เพราะอีก 2 วันจะต้องเดินทางเข้าไปลาวแล้ว ความหวังจึงฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองปากคาดให้ติดตามรถคืนมาในเช้าวันนั้น
พวกเราทานอาหารเช้าในโรงแรมเล็กๆที่อยู่บริเวณนั้น ผมได้โพสภาพและเขียนกระทู้ในเฟสบุ้คแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นในเช้าวันนั้นให้กับคนเสื้อแดงที่ติดตามกิจกรรมนี้ได้รับทราบ โดยได้ปิดกระทู้ว่าบางทีหากไม่ได้จักรยานคืน ผมอาจจะต้องขอการสนับสนุนจากเพื่อนๆในเฟซบุ้คเพื่อนำเงินไปซื้อจักรยานใหม่จำนวน 2 คันแทนคันที่หายไป เพื่อให้กิจกรรมนี้เดินหน้าต่อไป โดยไม่ต้องการให้อุปสรรคเล็กน้อยมาทำให้กิจกรรมต้องสะดุดหรือล่าช้าออกไปจากกำหนดเดิม
จากนั้นผมได้เดินทางไปมอบเงินบริจาคให้กับคุณตาของเด็กกำพร้าถึงบ้าน พร้อมกับไต่ถามความเป็นอยู่ของเด็กทั้งสามตามสมควร ครอบครัวนี้ผมเคยเดินทางมาเยี่ยม 3 ครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ครอบครัวนี้ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลจำนวน 7.75 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผมคิดว่าการเยี่ยมเยียนเด็กกำพร้าที่ปากคาดครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วของเส้นทางสีแดง
เที่ยงวันของวันที่ 21 พย. 2555 พวกเราเดินทางออกจากอำเภอปากคาด เป้าหมายในวันนั้นคือบ้านพักของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ (คุณนิพนธ์ คนขยัน จากพรรคเพื่อไทย) ถึงที่พักในเวลาเย็น พวกเรากางเตนท์กันในบริเวณบ้านพักและรับประหารอาหารร่วมกับคุณนิพนธ์พร้อมกับคนเสื้อแดงที่ตามมาสมทบภายหลัง
พวกเราพูดคุยเรื่องจักรยานที่หายไปอย่างสนุกสนาน มีคนแซวเสธดำ (คุณเริงชัย รังโปดก) ว่านอนเฝ้าเวรอย่างไรปล่อยให้จักรยานหายไปสองคัน เสธดำตอบมาหน้าตาเฉยว่า
"ผมรับผิดชอบเฉพาะความปลอดภัยของนักปั่นครับ ไม่ได้รับผิดชอบจักรยาน .. (HA) "






ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาในเวลาเช้ามืด หูได้ยินเสียงคนคุยกันพึมพำๆ มีเสียงคนพูดว่า "สงสัยมันจะเข้ามาเอาไปตอนตี 4 หายไปสองคัน ฯลฯ" ผมงัวเงียเปิดโทรศัพท์เพื่อดูเวลาพบว่าเป็นเวลาประมาณ 04.30 น. เมื่อนอนฟังอยู่สักพักจึงจับใจความได้ว่ามีจักรยานหายไปสองคัน จึงได้รีบลุกออกมาจากเตนท์
อากาศข้างนอกหนาวเย็น มีหมอกลงจางๆ ผมเห็นสมาชิกจับกลุ่มคุยกันอยู่นอกศาลา เมื่อเดินไปสมทบสมาชิกจึงแจ้งว่ามีจักรยานหายไป 2 คัน สำรวจดูแล้วพบว่าเป็นจักรยานของผมและของคุณชัชชัยซึ่งเป็นนักปั่นใหม่จากกรุงเทพ เมื่อสอบถามกันจึงพบว่าทั้ง 2 คันไม่ได้ล้อคโซ่ไว้ คันของคุณชัชใช้เชือกมัดติดกับศาลาริมแม่น้ำโขง ส่วนคันของผมจอดอยู่ติดกับเตนท์ คันของผมเป็นจักรยานเสือภูเขาราคาไม่ถึงหมื่น ส่วนของคุณชัชชัยเป็นจักรยานทัวริ่งยี่ห้อ Merida ราคาสองหมื่นกว่าบาท
ผมเดินไปที่หน้าศาลาตรงทางขึ้นลงพบว่าเสธดำกำลังนอนกรนอยู่ จึงได้ทำการปลุกขึ้นมา พร้อมกับช่วยกันเดินสำรวจรอบบริเวณ พบว่ามีเสาธง ธงชาติไทย ธงอาเซียน และธงของประเทศที่เราจะไปเยือนคือลาว เวียดนาม และกัมพูชาตกอยู่บริเวณไกล้เคียง
พวกเราโทรไปแจ้งตำรวจท้องที่ซึ่งมาถึงในเวลาเช้าตรู่ เมื่อสอบปากคำพวกเราแล้ว จึงสันนิฐานว่าคนร้ายอาศัยช่วงที่ทุกคนหลับด้วยความอ่อนเพลีย ขี่จักรยานคันเล็กๆมาจอดที่หน้าศาลา และคงจะย่องไปจูงจักรยานที่ไม่ได้ล้อคโซ่ออกไปจากบริเวณนั้น ทำการปลดธงต่างๆบนรถจักรยานเพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตา จากนั้นก็ขี่ออกไปจากสถานที่เกิดเหตุ
ตำรวจสันนิฐานว่าน่าจะเป็นฝีมือของเด็กวัยรุ่นที่ติดยาเสพติดในละแวกไกล้เคียงจึงได้รีบออกตามหา แต่ปัญหาเฉพาะหน้าของเราก็คือจะทำอย่างไรกับจักรยานคันที่หายไป เพราะอีก 2 วันจะต้องเดินทางเข้าไปลาวแล้ว ความหวังจึงฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองปากคาดให้ติดตามรถคืนมาในเช้าวันนั้น
พวกเราทานอาหารเช้าในโรงแรมเล็กๆที่อยู่บริเวณนั้น ผมได้โพสภาพและเขียนกระทู้ในเฟสบุ้คแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นในเช้าวันนั้นให้กับคนเสื้อแดงที่ติดตามกิจกรรมนี้ได้รับทราบ โดยได้ปิดกระทู้ว่าบางทีหากไม่ได้จักรยานคืน ผมอาจจะต้องขอการสนับสนุนจากเพื่อนๆในเฟซบุ้คเพื่อนำเงินไปซื้อจักรยานใหม่จำนวน 2 คันแทนคันที่หายไป เพื่อให้กิจกรรมนี้เดินหน้าต่อไป โดยไม่ต้องการให้อุปสรรคเล็กน้อยมาทำให้กิจกรรมต้องสะดุดหรือล่าช้าออกไปจากกำหนดเดิม
จากนั้นผมได้เดินทางไปมอบเงินบริจาคให้กับคุณตาของเด็กกำพร้าถึงบ้าน พร้อมกับไต่ถามความเป็นอยู่ของเด็กทั้งสามตามสมควร ครอบครัวนี้ผมเคยเดินทางมาเยี่ยม 3 ครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ครอบครัวนี้ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลจำนวน 7.75 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผมคิดว่าการเยี่ยมเยียนเด็กกำพร้าที่ปากคาดครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วของเส้นทางสีแดง
เที่ยงวันของวันที่ 21 พย. 2555 พวกเราเดินทางออกจากอำเภอปากคาด เป้าหมายในวันนั้นคือบ้านพักของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ (คุณนิพนธ์ คนขยัน จากพรรคเพื่อไทย) ถึงที่พักในเวลาเย็น พวกเรากางเตนท์กันในบริเวณบ้านพักและรับประหารอาหารร่วมกับคุณนิพนธ์พร้อมกับคนเสื้อแดงที่ตามมาสมทบภายหลัง
พวกเราพูดคุยเรื่องจักรยานที่หายไปอย่างสนุกสนาน มีคนแซวเสธดำ (คุณเริงชัย รังโปดก) ว่านอนเฝ้าเวรอย่างไรปล่อยให้จักรยานหายไปสองคัน เสธดำตอบมาหน้าตาเฉยว่า
"ผมรับผิดชอบเฉพาะความปลอดภัยของนักปั่นครับ ไม่ได้รับผิดชอบจักรยาน .. (HA) "

ผู้การผดุงและตำรวจที่มาดูเหตุการณ์

มอบเงินเยียวยาผ่านคุณตาของเด็กกำพร้า (ครั้งที่ 4)

คุณชัชชัย เจ้าของจักรยานคันที่หายไป

นั่งทานอาหารเช้าแม่น้ำโขง บริเวณลานพญานาค

ถ่ายกับรถช็อปเปอร์ของเสธดำ

บริเวณกางเตนท์บ้านนายกอบจ. นิพนธ์ คนขยัน
วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556
บันทึกเส้นทางสีแดงสู่ประชาธิปไตย (ตอนที่ 12)
12. เยี่ยมแดงอ.โพนพิสัย จ.หนองคาย
เช้าวันที่ 19 พย. 2555 พวกเราออกเดินทางจากอุดร เป้าหมายในวันนี้คือจังหวัดหนองคาย พวกเราปั่นจักรยานเข้าเขตหนองคายในเวลาบ่ายโมง ระยะทาง 51 กม. จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังอ.โพนพิสัย ซึ่งเป็นสถานที่นัดหมายในวันนี้ มีการประสานงานกันล่วงหน้าตั้งแต่อยู่กรุงเทพโดยคุณมัฆวาล หอสุวรรณ์ เพื่อนจากเฟซบุ้ค
เมื่อเข้าเขตอ.โพนพิสัยก็มีรถตำรวจในพื้นที่มารอรับ พร้อมกับพาไปไหว้พระที่วัดแห่งหนึ่ง จากนั้นได้นำพวกเราถึงสำนักงานของสส.สมคิด บาลไธสงจากพรรคเพื่อไทยในเวลาบ่าย 4 โมงเศษ ที่นี่พวกเราได้พบกับคุณมัณฑนา บาลไธสง (อาจารย์อ้อม) บุตรสาวของคุณสมคิด ซึ่งได้มารอพวกเราล่วงหน้า
เย็นวันนั้นพวกเราไปพักแรมที่ศาลาริมแม่น้ำโขง อ.โพนพิสัย บรรยากาศดีมาก มีพี่น้องเสื้อแดงโพนพิสัยหลายคนที่ได้ไปชุมนุมที่ราชประสงค์มาร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนประสพการณ์การชุมนุม มีข้อมูลหลายอย่างที่ทำให้เข้าใจการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงมากขึ้น โดยเฉพาะหลังเวทีแตกที่คนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งต้องหลบหนีการติดตามของทหารในขณะนั้น
เช้าวันถัดมาก่อนออกเดินทาง คุณมัณฑนา บาลไธสง ได้ร่วมสมทบกิจกรรมเส้นทางสีแดงจำนวน 6,000 บาท แบ่งเป็นเงินส่วนตัว 3,000 บาท และจากสส.สมคิด บาลไธสงอีก 3,000 บาท ซึ่งผมได้แบ่งครึ่งหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และอีกครึ่งหนึ่งได้เตรียมไว้สำหรับมอบให้กับครอบครัวเด็กกำพร้าในวันถัดไป
เช้าวันถัดไปพวกเราเดินทางต่อไปยังอ.ปากคาด จ.บึงกาฬ เป้าหมายคือลานพญานาค ซึ่งเป็นลานกิจกรรมของอ.ปากคาด และเป็นจุดที่สูงที่สุดของภาคอีสานริมแม่น้ำโขง พวกเรามาถึงในเวลาเย็น และกางเตนท์พักในศาลาริมแม่น้ำโขง ลักษณะคล้ายกับศาลาริมน้ำที่พักค้างคืนที่โพนพิสัย เย็นวันนั้นมีเพื่อนสมาชิกจากกรุงเทพตามมาสมทบ ชื่อคุณเริงชัย รังโปดก (เสธดำ) ซึ่งเคยช่วยทำกิจกรรมเส้นทางสีแดงช่วยเหลือน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 และกิจกรรมแรลลี่ในกรุงเทพ
พวกเราต้องเปิดห้องพักโรงแรมเล็กๆที่อยู่บระเวณนั้น 2 ห้องเพื่อใช้อาบน้ำและทำธุระส่วนตัว เย็นวันนั้นมีรองผู้กำกับสภอ.ปากคาดมารับประทานอาหารและร่วมสนทนาเป็นเพื่อนจนถึงเกือบเที่ยงคืน เสธดำที่เดินทางเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันอาสานอนเฝ้าปากประตูศาลา พวกเรานำจักรยานขึ้นจอดบนศาลลาและเข้านอนแต่หัวค่ำด้วยความอ่อนเพลีย จนถึงขณะนี้พวกเราได้ทำกิจกรรมต่อเนื่องมา 3 สัปดาห์ ปั่นจักรยานเยี่ยมชาวบ้านร่วม 1,500 กม.
แต่แล้ว เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้ !







เช้าวันที่ 19 พย. 2555 พวกเราออกเดินทางจากอุดร เป้าหมายในวันนี้คือจังหวัดหนองคาย พวกเราปั่นจักรยานเข้าเขตหนองคายในเวลาบ่ายโมง ระยะทาง 51 กม. จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังอ.โพนพิสัย ซึ่งเป็นสถานที่นัดหมายในวันนี้ มีการประสานงานกันล่วงหน้าตั้งแต่อยู่กรุงเทพโดยคุณมัฆวาล หอสุวรรณ์ เพื่อนจากเฟซบุ้ค
เมื่อเข้าเขตอ.โพนพิสัยก็มีรถตำรวจในพื้นที่มารอรับ พร้อมกับพาไปไหว้พระที่วัดแห่งหนึ่ง จากนั้นได้นำพวกเราถึงสำนักงานของสส.สมคิด บาลไธสงจากพรรคเพื่อไทยในเวลาบ่าย 4 โมงเศษ ที่นี่พวกเราได้พบกับคุณมัณฑนา บาลไธสง (อาจารย์อ้อม) บุตรสาวของคุณสมคิด ซึ่งได้มารอพวกเราล่วงหน้า
เย็นวันนั้นพวกเราไปพักแรมที่ศาลาริมแม่น้ำโขง อ.โพนพิสัย บรรยากาศดีมาก มีพี่น้องเสื้อแดงโพนพิสัยหลายคนที่ได้ไปชุมนุมที่ราชประสงค์มาร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนประสพการณ์การชุมนุม มีข้อมูลหลายอย่างที่ทำให้เข้าใจการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงมากขึ้น โดยเฉพาะหลังเวทีแตกที่คนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งต้องหลบหนีการติดตามของทหารในขณะนั้น
เช้าวันถัดมาก่อนออกเดินทาง คุณมัณฑนา บาลไธสง ได้ร่วมสมทบกิจกรรมเส้นทางสีแดงจำนวน 6,000 บาท แบ่งเป็นเงินส่วนตัว 3,000 บาท และจากสส.สมคิด บาลไธสงอีก 3,000 บาท ซึ่งผมได้แบ่งครึ่งหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และอีกครึ่งหนึ่งได้เตรียมไว้สำหรับมอบให้กับครอบครัวเด็กกำพร้าในวันถัดไป
เช้าวันถัดไปพวกเราเดินทางต่อไปยังอ.ปากคาด จ.บึงกาฬ เป้าหมายคือลานพญานาค ซึ่งเป็นลานกิจกรรมของอ.ปากคาด และเป็นจุดที่สูงที่สุดของภาคอีสานริมแม่น้ำโขง พวกเรามาถึงในเวลาเย็น และกางเตนท์พักในศาลาริมแม่น้ำโขง ลักษณะคล้ายกับศาลาริมน้ำที่พักค้างคืนที่โพนพิสัย เย็นวันนั้นมีเพื่อนสมาชิกจากกรุงเทพตามมาสมทบ ชื่อคุณเริงชัย รังโปดก (เสธดำ) ซึ่งเคยช่วยทำกิจกรรมเส้นทางสีแดงช่วยเหลือน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 และกิจกรรมแรลลี่ในกรุงเทพ
พวกเราต้องเปิดห้องพักโรงแรมเล็กๆที่อยู่บระเวณนั้น 2 ห้องเพื่อใช้อาบน้ำและทำธุระส่วนตัว เย็นวันนั้นมีรองผู้กำกับสภอ.ปากคาดมารับประทานอาหารและร่วมสนทนาเป็นเพื่อนจนถึงเกือบเที่ยงคืน เสธดำที่เดินทางเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันอาสานอนเฝ้าปากประตูศาลา พวกเรานำจักรยานขึ้นจอดบนศาลลาและเข้านอนแต่หัวค่ำด้วยความอ่อนเพลีย จนถึงขณะนี้พวกเราได้ทำกิจกรรมต่อเนื่องมา 3 สัปดาห์ ปั่นจักรยานเยี่ยมชาวบ้านร่วม 1,500 กม.
แต่แล้ว เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้ !

ถ่ายกับคุณมันธนา บาลไธสงที่โพนพิสัย

นักปั่นเส้นทางสีแดงถึงโพนพิสัย

ถ่ายกับตำรวจเสื้อแดงที่โพนพิสัย

ถ่ายในวัดแห่งหนึ่งของโพนพิสัย สวยมาก

ศาลาริมแม่น้ำโขง โพนพิสัย

รับมอบเงินบริจาคสมทบกิจกรรมจากคุณมันธนา และสส.สมคิด บาลไธสง จำนวน 6,00 0 บาท

ซองเงินบริจาค จากคุณสมคิด และคุณมันธนา บาลไธสง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)